อนุทิน ส่ง ทรงศักดิ์ แจงปมที่ดินเขากระโดง โอด สงสารชาวบ้านกว่า 900 ราย ได้รับผลกระทบ ชี้แม้ศาลพิพากษาถึงที่สุด แต่ต้องพิสูจน์สิทธิเฉพาะคู่ความ ย้ำ ต้องเป็นธรรมกับปชช. ด้าน“พูนศักดิ์” ยัน พิจารณายึดข้อกฎหมายไม่โยงการเมือง
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาฯ เชิญกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม ชี้แจงปมข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงว่า วันนี้ได้มอบหมายให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมที่ดิน พร้อมด้วยอธิบดีกรมที่ดิน นำเอกสารหลักฐาน เข้าไปชี้แจงกับคณะกมธ.
โดยเรื่องนี้ขออย่านำการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องข้อกฎหมาย และเรื่องระเบียบวิธีการปฏิบัติทุกอย่าง ซึ่งเป็นไปตามหลักการทางราชการ ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องทางการเมือง และไม่สามารถที่จะมีอำนาจทางการเมืองเข้าไปสั่งการ เข้าไปชี้แนะ หรือแนะนำอะไรได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของข้าราชการ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ไม่ต้องกังวลเลยว่า จะเกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะตนรู้อยู่แล้วว่ามีคนพยายามจะโยงเรื่องนี้ให้ไปเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งในเมื่อทราบแล้วก็ต้องอยู่ห่างๆ ยืนยัน เรื่องนี้ไม่มีการช่วยเหลือใครเป็นกรณีพิเศษ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลปกครอง

ต่อมา เวลา 09.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกมธ.ฯ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงประเด็นข้อพิพาทที่ดินเข้ากระโดง ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)กระทรวงคมนาคม กรมที่ดิน และกระทรวงมหาดไทย
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมายให้มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายเอก สิทธิเวคิน รองผู้รฟท.เข้าชี้แจง
ก่อนการประชุม นายพูนศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเชิญผู้ชี้แจงมาในวันนี้เป็นประเด็นเขากระโดง ซึ่งประชาชนให้ความสนใจ และกมธ.ฯ ยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยในขอบเขตอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการสอบสวน ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

รวมถึงกระบวนการที่มาของการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว ซึ่งการพิจารณาของกมธ.ฯ ถ้าเห็นว่ามีประเด็นน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขตัวประมวลกฎหมาย ควรจะต้องเร่งดำเนินการ
นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อว่าว่า ประเด็นสำคัญ อยู่ที่ รฟท.จะต้องดำเนินการต่อ ไม่ว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งมีระเบียบของการอุทธรณ์ไว้อยู่ ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จ ไม่ต้องการให้เรื่องนี้เงียบและหายไปกับสังคม
ยืนยันว่า การประชุมของกมธ.ฯ จะเห็นภาพของที่มาที่ไป ของคณะกรรมการตามมาตรา 61 ถ้ากระบวนการจัดตั้งไม่ถูกต้อง จะต้องแก้ไขระเบียบใหม่ และเชื่อว่าในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ การทุจริต ในการเพิกถอน และการออกเอกสารสิทธิ์
ดังนั้น คณะกรรมาธิการชุดนี้จึงมีความสำคัญมาก ในการจัดการที่ดินของประเทศ และประสิทธิภาพของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เป็นอีกประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ
เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีคนการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร นายพูนศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนของการเมืองหรืออิทธิพล อาจมีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน เราอาจจะไม่ได้พิจารณาในการประชุมวันนี้
โดยหัวข้อหลักในการประชุมคือ เรื่องของข้อกฎหมาย ระเบียบวิธีปฏิบัติ แต่หากมีช่องโหว่ใด ที่ได้รับอิทธิพลทางการเมือง ก็เป็นหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการในการแก้ไขและปรับปรุง ข้อกฎหมาย
เมื่อถามต่อว่า หากมีคนการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องจริงๆ จะสาวถึงเจ้าตัวหรือไม่ ประธานกมธ.ทีดิน กล่าวย้ำว่า การประชุมกมธ.ฯ จะเน้น ระเบียบวิธีปฏิบัติ ของคณะกรรมการมาตรา 61 มีข้อบกพร่องอย่างไร และหากมีข้อบกพร่อง กมธ.ฯ จะดำเนินอย่างไร ซึ่งเป็นงานหลักของฝ่ายนิติบัญญัติ ในการดูว่าข้อกฎหมายช่องโหว่ระเบียบปฏิบัติของฝ่ายบริหารเป็นอย่างไร เพื่อนำมาแก้ไข
จากนั้น การประชุมกมธ.ฯ เริ่มในเวลา 10.30 น. และหลังจากที่ประธานกมธ.ฯกล่าวเปิดการประชุมแล้วเสร็จ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ตนในฐานะได้มอบหมายให้กำกับดูแลกรมที่ดิน ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่กมธ.ฯจะประชุมวันนี้
เรื่องเขากระโดงเป็นเรื่องที่สนใจจากประชาชน และประชาชนเองจะดูข้อมูลจากสื่อเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ความชัดเจนเท่าที่ควร และข้อมูลในวันนี้จะเป็นประโยชน์ทำให้กมธ.ฯได้มีข้อมูลในการที่จะประชุมหารือและสรุปประเด็น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นประโยชน์กับการรถไฟฯ ซึ่งบอกว่าเป็นที่ของการรถไฟ จะได้เกิดความชัดเจน


“เรื่องเขากระโดง ไม่ได้กระทบกับสิทธิของคน คนเดียว กระทบทั้งส่วนราชการ ทั้งการรถไฟ และประชาชน ซึ่งผมเห็นตัวเลขก็รู้สึกเห็นใจ 900 กว่าราย ที่ได้ครอบครองที่ดินมาโดยชอบด้วยกฎหมายมาโดยตลอด ซึ่งหลายคนก็เข้าใจว่าเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วถึงที่สุด ที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟทั้งหมด
แม้ให้กมธ.ฯ เป็นสื่อกลางสะท้อนข้อเท็จจริงให้เห็นทั้ง 2 ทาง ทั้งการได้ที่ดินมาของการรถไฟ และประชาชนได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวมาอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลให้เกิดความชัดเจน แม้ว่าคำพิพากษาถึงที่สุดก็ต้องยอมรับ แต่จะเป็นที่สุดเฉพาะคู่ความ คนอื่นที่ไม่ได้เป็นคู่ความก็ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ว่าการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ หากเพิกถอนทั้งหมด จะเป็นธรรมต่อประชาชนหรือไม่” นายทรงศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ การประชุมกมธ.ฯไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานของภาครัฐ เพราะข้อมูลที่ได้แถลงต่อสื่อมวลชนเป็นเพียงข้อมูลผิวเผิน สามารถหาอ่านได้ตามหน้าสื่อฯ ซึ่งการที่ไม่ให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังเนื่องจากต้องการให้ทั้ง 2 หน่วยงานได้ชี้แจงข้อมูลอย่างเต็มที่

