หน้าแรก การเมือง ยังไร้คำตอบ ป...

ยังไร้คำตอบ ปมเขากระโดง กมธฯ ชี้ รฟท.-กรมที่ดิน ไร้แผนที่แสดงสิทธิ จ่อลงพื้นที่ ก่อนนัดสอบใหญ่ ม.ค.68

27.11.24 | 14:49 น.

ยังไม่ได้คำตอบ ปมเขากระโดง กมธฯ ชี้ รฟท.-กรมที่ดิน ไร้แผนที่แสดงสิทธิ จ่อลงพื้นที่คุยชาวบ้าน ก่อนนัดสอบใหญ่ ม.ค.68

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.วาระพิจารณาข้อพิพาท ปัญหาที่ดินเขากระโดงในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง นานกว่า 2 ชั่วโมง ว่า หน่วยงานที่ชี้แจงไม่มีความชัดเจน ดังนั้น กมธ. จึงลงความเห็นว่าต้องตรวจสอบเพิ่มเติมในหลายประเด็น เช่น กรรมสิทธิของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เนื่องจากไม่มีข้อยุติเรื่องแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินของ รฟท. ที่ไม่ชัดเจนว่าครอบคลุมสนามแข่งรถ หรือสนามกีฬา หรือไม่

นายพูนศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการเพิกถอนสิทธิที่ดินของกรมที่ดิน กมธ. ขอหนังสือเพิ่มเติมในการแต่งตั้งกรรมการตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 5,000 ไร่ ซึ่งพบว่ามีเอกสารสิทธิและโฉนดที่ดิน ที่ภาครัฐออกให้ และมีข้อพิพาทว่าออกโดยชอบหรือไม่ ทาง รฟท. และกรมที่ดินไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหา

“ปัญหาที่ดินเขากระโดงมีหลายประเด็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่ง กมธ.ได้ทำหนังสือขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงาน โดยขอให้ส่งมาให้ กมธ. ภายใน 15 วันเมื่อรับเอกสารแล้วจะประชุมเพื่อตรวจสอบรายละเอียดก่อนจะลงพื้นที่ที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์อีกครั้ง และจากนั้น กมธ.ฯจะนัดประชุมใหญ่อีกครั้ง ช่วงเดือน ม.ค.2568 ก่อนสรุปประเด็นว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร เบื้องต้นภาครัฐต้องมีมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ” นายพูนศักดิ์กล่าว

ขณะที่ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะเลขานุการ กมธ.ฯ กล่าวว่า การเพิกถอนสิทธิที่ดินตามผลคำพิพากษาไม่ว่าข้อเท็จจริงหรือการโต้แย้งจะเป็นอย่างไร เมื่อมีคำพิพากษาว่าเป็นกรรมสิทธิของ รฟท. ต้องปฏิบัติตาม อีกทั้งกรณีเขากระโดงไม่ใช่แนวเส้นทางรถไฟหรือสถานี แต่รฟท. เคยใช้ประโยชน์ จึงได้กรรมสิทธิเพราะเคยใช้ประโยชน์ ดังนั้นกรมที่ดินต้องบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา แต่เหตุผลที่ไม่เพิกถอนเพราะไม่มีแผนที่ของ รฟท.ที่ชัดเจน

Advertisement

“แม้มีการรังวัดที่ดิน แต่ไม่ปรากฎแผนที่ที่ดินที่ชัดเจน ทำให้กมธ.ฯตั้งข้อสังเกตว่าต้องทำแผนที่ ที่ชัดเจนเพื่อให้กรมที่ดินสามารถบังคับตามคำพิพากษาได้ และขอให้กรมที่ดินจัดส่งเอกสารแผนที่ให้ กมธ.อีกครั้ง ส่วนที่มีการทำแผนที่ขึ้นมาเมื่อ ปี2539 นั้น กรมที่ดินระบุว่าเป็นแผนที่ที่บังคับใช้ไม่ได้ เพราะทำภายหลังหลังจากที่มีประเด็นข้อพิพาทกับประชาชน” นายเลาฟั้งกล่าว

นายเลาฟั้งกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กรมที่ดินชี้แจงว่าไม่สามารถเพิกถอนสิทธิได้เพราะกระบวนการออกเอกสารสิทธิถูกต้องตามกระบวนการ เป็นการอธิบายตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงาน ส่วนการออกเอกสารสิทธิตามกฎหมายหรือไม่เป็นอีกกรณีหนึ่ง ส่วนกรณีที่กรมที่ดินชี้แจงว่า กรมที่ดินไม่ใช่คู่ความในข้อพิพาท ถือว่าไม่ถูก้อง เพราะกรมที่ดินเป็นหน่วยงานรัฐ มีหน้าที่บริหารและกำกับที่ดิน แม้ตามประมวลฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะระบุว่าให้มีผลผูกพันคู่กรณี แต่มีข้อยกเว้นเรื่องกรรมสิทธิที่ดิน เมื่อมีคำพิพากษา ที่มีผู้ที่ได้รับประโยชน์สามารถอ้างอิงกับบุคคภายนอกได้ ดังนั้นพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ จึงเป็นกรรมสิทธิของ รฟท.ทั้งหมด