นายกฯ สั่งศปช.เร่งแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ย้ำความปลอดภัยปชช.มาก่อน ด้านศูนย์อำนวยการน้ำส่วนหน้า มั่นใจแก้ไขสถานการณ์ได้
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม(ศปช.) เปิดเผยว่า ศปช.ได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ขณะเดียวกันสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ช่วงวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน- 4 ธันวาคม 67 ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม และเฝ้าระวัง น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำใน จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
“น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้สั่งการให้ ศปช. ทำตามแผน ที่วางกำลังไว้ พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่ ศปช.รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะมีฝนตกหนัก และให้เร่งฟื้นฟูพร้อมทั้งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อนำมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรัฐบาลจะได้แก้ไขและเยียวยาได้ทันท่วงทีโดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการสัญจรต่างๆ ใน จ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และ 2 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ทั้งในเขตตัวเมืองและอำเภอต่างๆ ที่มีน้ำท่วม ดินสไลด์ และเสาไฟฟ้าหักโค่น และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงกำลังพลที่เข้าร่วมปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพราะสิ่งสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายจิรายุ กล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รายงานผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมว่าเมื่อเวลา 08.55 น.ระหว่างสถานีไม้แก่น – รามัน มีปริมาณฝนตกหนัก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1055/8-9 ตรวจพบน้ำเซาะใต้ท้องหมอน ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถส่งผลกระทบในการเดินรถ
ในขบวนรถท้องถิ่นที่ 448 สุไหงโกลก – สุราษฏร์ธานี, ขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก ,ขบวนรถด่วนพิเศษ 37 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก ทั้งนี้ศูนย์ความปลอดภัย รฟท.รายงานว่าเตรียมหินโรยทาง จำนวน 12 คันรถและรถบำรุงทางหนักเข้าซ่อมแซมแก้ไขโดยด่วน คาดการณ์ว่าหากฝนหยุดตก และระดับน้ำลดลง จะสามารถเข้าซ่อมแซมและเปิดการเดินรถตามปกติ
“ปัจจุบันมีหน่วยงานอย่าง สทนช. ซึ่งเป็นคณะกรรมการของ ศปช. ที่บูรณาการ ดูแลเรื่องของการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งตัวแปรสำคัญทางธรรมชาติ ที่มีฝนตกสะสมนานกว่า 24 ชั่วโมง บางแห่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 200 มิลลิเมตร ซึ่งการให้ความช่วยเหลือประชาชนของเจ้าหน้าที่ในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบของ ศปช.ของรัฐบาล ซึ่งแม้จะผ่านเข้าสู่หน้าหนาวแต่ยังมีคำสั่งให้คงไว้ทำให้การบริหารสั่งการ ทันต่อสถานการณ์
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ศปช. หารือในที่ประชุมว่า ในระยะยาวการบริหารแผนที่ผังน้ำของประเทศไทย จะต้องถูกนำมาใช้ควบคู่กับผังเมือง ที่จะต้องมีการออกแบบและพัฒนาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะในภาคใต้ที่มักจะเกิดน้ำท่วมแบบฉับพลันแต่กินระยะเวลาไม่ยาวนาน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

