เขากระโดง – กมธ.ทหาร ถกที่ตั้งค่ายทหาร ทับที่ชาวบ้าน “รองผบ.มทบ.26“ ยันอนุมัติถูกต้อง แจง ขออนุญาต 3 ครั้ง 3 แปลง เอกสารถูกต้อง แต่มีคลาดเคลื่อนบ้าง ขณะที่ ”วิโรจน์“ แฉเอกสารสำคัญระบุที่ตั้งไม่ตรงกัน เตรียมทำหนังสือสอบถามกรมที่ดิน
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนรษฎร ที่มี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณีการตั้งค่ายทหารมณฑลทหารบกที่ 26 หรือ มทบ.26 หรือ ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ทับที่ดินของประชาชน ใน จ.บุรีรัมย์ โดยมีตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย จ.บุรีรัมย์ กรมที่ดิน กรมทางหลวง มณฑลทหารบกที่ 26 และกรมโยธาธิการ และผังเมือง เข้าร่วมชี้แจง โดยมี นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เข้าฟังการชี้แจงด้วย
ช่วงหนึ่งของการประชุม ตัวแทนของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ที่ดินบางส่วนของสนามกอล์ฟในค่ายทหาร ถูกสร้างทับที่ของพวกตน แต่เมื่อสร้างสนามกอล์ฟเสร็จก็มีการฟ้องขับไล่พวกเรา และเมื่อปี 2543 กลับจ่ายค่าเวนคืนให้คนที่ถูกฟ้อง ต่อมาให้มีการออกโฉนด แต่ไม่สามารถออกได้ เนื่องจากทหารบอกว่าเป็นที่ดินของทหารไปแล้ว ซึ่งกลุ่มชาวบ้านยอมกลืนเลือด โดยเอาที่ไปเป็นค่ายทหารก็ได้ แต่ที่เจ็บใจคือ กลับเอาไปทำสนามกอล์ฟ
ขณะที่ พ.อ.ปิยะวัติ ราชวงศ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ชี้แจงช่วงว่า เรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือที่ตั้งมณฑลทหารบก และศูนย์กีฬาของกองทัพ โดยยืนยันว่า ที่ตั้งของค่ายทหารได้รับมาจาก การขออนุมัติ 3 ครั้ง แบ่งเป็น 3 แปลงติดกัน ซึ่งในสมัยนั้นเป็นช่วงที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ ทำให้ต้องมีการตั้งค่ายทหาร ที่จังหวัดบุรีรัมย์ จากจังหวัดทหารบกสุรินทร์ โดยใช้เป็นหน่วยสนับสนุนชั่วคราว ให้จังหวัดทหารบกสุรินทร์
“คนสุรินทร์มาขอใช้พื้นที่บุรีรัมย์ ทำไมเขาถึงรู้จุดว่าเป็นตรงไหน และขออนุมัติได้ไม่กี่วัน แสดงว่ามีการพูดคุยกันก่อนหน้านั้นแล้ว เขารู้ได้อย่างไร แสดงว่ามีการสำรวจร่วมกันก่อนหน้านั้นแล้ว “ พ.อ.ปิยะวัติ กล่าว
พ.อ.ปิยะวัติ กล่าวอีกว่า พื้นที่แปลงแรกได้รับการอนุมัติถูกต้องไม่กี่วัน ถูกต้องและไม่ได้ย้ายมาจากที่ไหน ส่วนที่ดินแปลงที่ 2 มีการขอใช้พื้นที่เพิ่มไปทางด้านหลังของพื้นที่แปลงแรก ดังนั้น การอนุมัติก็ถูก กองพันเดียวกันจะอยู่คนละพื้นที่เป็นไปไม่ได้ ส่วนที่ดินแปลงที่ 3 ที่ขออนุมัติยอมรับว่าไม่สอดคล้องกับเอกสารเดิม อาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งว่าเส้นถูกหรือไม่อย่างไร ตนเชื่อว่า อย่างนั้น ความเป็นจริง เป็นอย่างไรตนไม่ทราบได้ เพราะคนที่อนุมัติน่า จะเกษียณไปหมดแล้ว ซึ่งต้องให้ทางผู้เกี่ยวข้องชี้แจง
พ.อ.ปิยะวัติ กล่าวต่อว่า ที่ตั้งของมณฑลทหารบกที่ 26 ที่คิดว่า ถูกย้ายมา ที่ตรงนั้นปัจจุบันเป็นที่ตั้งของแขวงการทางบุรีรัมย์ ตั้งมานานแล้ว พร้อมเปรียบเทียบพร้อมถ่ายทางดาวเทียบกับโฉนดพื้นที่ค่ายทหาร และระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อน
ต่อมา เวลา 18.15 น. นายวิโรจน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกมธ.ว่า รองผบ.ผทบ.26 ได้นำหลักฐานมาชี้แจงต่อกมธ.ถึงที่ตั้งมทบ.26 โดยเอกสารส่วนใหญ่ยืนยันถูกต้องตรงกันว่า ค่ายมทบ.26 ตั้งอยู่ที่ กม.7+700 ถึงกม. 9+340 ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน ยกเว้นเอกสาร น.ส.ล.เลขที่ 4130/2515 เพียงอย่างเดียวที่ยืนยันที่ตั้งมทบ.26 ไม่ตรงกับที่ตั้งปัจจุบัน แต่เอกสารดังกล่าวมีน้ำหนัก เพราะเป็นเอกสารที่กรมที่ดินเคยยื่นต่อศาลปกครอง กรณีข้อพิพาทที่ประชาชนฟ้องมทบ.26 ที่ก่อสร้างพื้นที่ทับที่ประชาชน ระบุว่า สถานที่ตั้งมทบ.26 ให้ยึดตามเอกสารน.ส.ล.เลขที่4130/2515 เท่ากับว่าเอกสารราชการฉบับนี้ขัดแย้งกับเอกสารทะเบียนที่ดินที่มทบ.26นำมาชี้แจงต่อกมธ.
“รองผบ.มทบ.26 ก็ตอบไม่ได้ว่า ทำไมเอกสารฉบับนี้ จึงระบุตำแหน่งที่ตั้งมทบ.26 คลาดเคลื่อนกับเอกสารฉบับอื่นๆ ดังนั้น เพื่อให้ได้คำตอบชัดเจนยิ่งขึ้น กมธ.จะทำหนังสือสอบถามกรมที่ดินให้ยืนยันความชัดเจนของเอกสาร นสล4130/2515 ว่า เหตุใด จึงยื่นเอกสารฉบับนี้ต่อศาลปกครอง” นายวิโรจน์ กล่าว

