หน้าแรก การเมือง อนุทิน ควง ซา...

อนุทิน ควง ซาบีดา ผัดข้าวเปิดครัวพระราชทาน พร้อมเยี่ยมผู้ประสบภัยระแงะ ย้ำต้องกินอิ่มนอนหลับ

29.11.24 | 15:25 น.

อนุทิน ควง ซาบีดา ผัดข้าวเปิดครัวพระราชทาน พร้อมเยี่ยมผู้ประสบภัยระแงะ ย้ำกินอิ่มนอนหลับได้มีแรงดูแลครอบครัว

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ระแงะ ซึ่งขณะนี้ได้อพยพมาอาศัยที่ศูนย์อพยพ หอประชุมที่ว่าการอำเภอระแงะ จำนวน 88 ราย เป็นชาย 45 และหญิง 43 ราย รวม 28 ครัวเรือน โดยได้ทยอยอพยพมาที่ศูนย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 27-28 พ.ย.ที่ผ่านมา

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมเปิดโรงครัวพระราชทานเคลื่อนที่ ซึ่งมาประกอบอาหารให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอระแงะ โดยมีประชาชนจิตอาสา 904 ในพื้นที่อำเภอระแงะร่วมประกอบอาหาร ในโอกาสนี้รองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมประกอบอาหารกับรถครัวพระราชทานเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกับแจกวัตถุดิบในการประกอบอาหารและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนจำนวน 500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

สำหรับพื้นที่ อ.ระแงะ นั้น ปัจจุบันกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส รายงานผลกระทบในภาพรวมที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ระแงะ 7 ตำบล 61 หมู่บ้าน 12,955 ครัวเรือน 46,957 คน ประกอบด้วย ต.ตันหยงมัส ต.ตันหยงลิมอ ต.มะรือโบตก ต.เฉลิม ต.บาโงสะโต ต.กาลิซา ต.บองอ

Advertisement

ด้านนางจินตนา ยะปา ผู้ประสบภัย กล่าวว่า ตนและครอบครัวรวม 6 คน ได้ออกมาอยู่ที่ศูนย์อพยพ รวม 4 วันแล้วตั้งแต่มีฝนตกหนักเพราะเป็นห่วงลูก หลาน และแม่ กลัวน้ำมาแล้วออกไม่ได้ ซึ่งบ้านพักที่อยู่ในเขตเทศบาลนั้นขณะนี้น้ำท่วมสูง อุปกรณ์ทำมาหากินเสียหายทั้งหมด ทั้งตู้อบและเตา รวมถึงหม้อที่ใช้ทำขนมหวาน

นางจินตนาบอกด้วยว่าเหตุการณ์อุทกภัยครั้งที่แล้ว ตนเองเพิ่งตั้งหลักได้หยิบยืมและใช้เงินสงเคราะห์เด็กกำพร้าของลูกทั้ง 2 คน ในการหาซื้ออุปกรณ์ทำขนม และในครั้งนี้ก้อเสียหายอีกก็คงต้องหยิบยืมมาก่อนเพื่อหาซื้ออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ ซึ่งส่วนตัวนั้นมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าแพมเพิสของลูกสาวทั้ง 2 คน เพราะน้องควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ตกเฉลี่ยวันละ 100 บาทต่อวัน

ทั้งนี้นางจินตนากล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สถานการณ์ในปีนี้น่าจะหนักกว่าทุกปี เพราะเป็นฝนแรกของพื้นที่ ประชาชนได้รับผลกระทบหนักแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้หากมีแจ้งเตือนเกี่ยวกับฝนในพื้นที่ก็น่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งพื้นที่ระแงะ เป็นพื้นที่รับน้ำจากแนวเทือกเขา น้ำไหลลงเร็ว มาทั้งน้ำทั้งโคลนยากที่จะป้องกัน