ครม.สัญจรเคาะแผนสู้ฝุ่นพิษ คุมเข้มพื้นที่เกษตร-ป่า-เมือง ตั้งวอร์รูม-มอบ ประเสริฐ คุม
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม จ.เชียงใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งแรกของรัฐบาลนี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบในหลักการตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอโครงการเร่งด่วนและระยะยาวของ จ.เชียงใหม่และเชียงราย วงเงิน 19,282 ล้านบาท เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชนใน จ.เชียงใหม่และเชียงราย โดย จ.เชียงใหม่ของบประมาณในการแก้ไขถนนที่พังจากอุทกภัย ส่วนที่ จ.เชียงราย เป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ถนน น้ำประปา ไฟฟ้า สาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเยียวยาให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่มีโครงการระยะยาวด้านการพัฒนาซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย วงเงินประมาณ 5,200 ล้านบาท ตรงนี้เป็นแนวทางของรัฐบาลว่าหากมีปีหน้ามีปริมาณน้ำฝนมากจนเกิดอุทกภัยจะได้แก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว
นายจิรายุ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งประเทศ ด้วยการลดภาระด้านภาษีเพื่อซ่อมแซมบ้าน รถที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย
นายจิรายุ แถลงว่า ครม.เห็นชอบและรับทราบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองปี 2568 พร้อมกลไกการบริหารจัดการ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานต่อไป ซึ่งพื้นที่เป้าหมายได้แก่ 1.พื้นที่ป่า ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จ.กาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเป้าหมายให้ลดลงร้อยละ 25 2.พื้นที่เกษตร ควบคุมพื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน และควบคุมการเผาในกลุ่มพืชเป้าหมาย 3.พื้นที่เมือง ควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง โดยควบคุมให้ยานพาหนะและโรงงาน อุตสาหกรรมให้ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ 100%
ส่วนระดับการปฏิบัติการ
แบ่งเป็นดังดังนี้ 1.ระยะเตรียมการ เช่น จัดทำแผนที่เสี่ยงเผาและแผนปฏิบัติการจัดการไฟป่า รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกรายชนิดของพืชเกษตรที่เสี่ยงต่อการเผา 2.การจัดการไฟในป่า เช่น ประกาศจำกัดการเข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ จัดตั้งจุดตรวจและจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันการเผาป่า ควบคุม ฝุ่นละอองในเขตเมือง
โดยในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ให้มีการออกประกาศห้ามรถบรรทุก ขนาดใหญ่เข้าเขตเมือง และตรวจจับรถควันดำอย่างเข้มงวด รวมทั้งควบคุมพื้นที่ก่อสร้าง จัดการหมอกควันข้ามแดน โดยสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล ศูนย์แจ้งเตือน และศูนย์บัญชาการเฝ้าระวัง ควบคุมและดับไฟ ในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกลไกการบริหารจัดการ เช่นการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ จะมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน ทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายและมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า

