สูงวัยเฮ จ่อรับเบี้ยยังชีพเพิ่ม อีกเดือนละ100-250บาทผู้พิการได้คนละพันทั่วถึงต่อ20บ.สายสีแดง-ม่วง
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.เชียงใหม่ ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติมาตรการอัตราค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล สำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง สายนครวิถี (กรุงเทพอภิวัฒน์-ตลิ่งชัน) และสายธานีรัถยา (กรุงเทพอภิวัฒน์-รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2567-30 พฤศจิกายน 2568
“โดยประมาณการว่าสูญเสียรายได้ รถไฟชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง 35.35 ล้านบาท และ 272.99 ล้านบาท โดยแหล่งที่มาของเงินชดเชยค่าโดยสาร รฟท.จะเสนอขอรับจัดสรรงบเพื่อชดเชยต่อไป รฟม.จะนำเงินรายได้ที่ต้องส่งคลังมาชดเชย” นายจิรายุกล่าว
นายจิรายุ กล่าวว่า ครม.รับทราบข้อเสนอ เรื่องการพัฒนาหลักประกันบริการทางสังคมแก่กลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกลุ่มผู้สูงอายุปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อายุ 60-69 ปี เป็นเดือนละ 700 บาท จาก 600 บาท, อายุ 70-79 ปี เป็นเดือนละ 850 จาก 700 บาท, อายุ 80-89 ปี เดือนละ 1,000 บาท จาก 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป เดือนละ 1,250 บาท จาก 1,000 บาท
นายจิรายุกล่าวว่า ขณะที่กลุ่มผู้พิการปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาททุกคน จาก 800-1,000 บาท โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ ให้คำนึงถึงประโยชน์ และความคุ้มค่า และให้นำกลับเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง
“นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่ พม.เสนอปรับฐานกลุ่มเป้าหมายโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจาก 0-6 ปี
ในครัวเรือนที่รายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท จากเดือนละ 600 บาท ปรับให้เป็นเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้า 600 บาท โดยไม่ต้องคัดกรองรายได้ ครอบคลุมตั้งแต่ในครรภ์ 4 เดือน ถึง 6 ปี” นายจิรายุ กล่าว

