หน้าแรก การเมือง อาจารย์มธ. ชี...

อาจารย์มธ. ชี้สภาพจริง ชายแดนไทย-พม่า จุดยุทธศาสตร์ เผชิญหน้า ทหารว้าแดง

2.12.24 | 20:20 น.

ดุลยภาค อาจารย์มธ. ชี้สภาพจริง ชายแดนไทย จุดยุทธศาสตร์ทหาร 3 ฝ่าย เผชิญหน้า ว้าแดง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เช็กกำลังพม่าและว้าแดง ณ ฐานปฏิบัติการบ้านนอแล อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เห็นข่าวท่านภูมิธรรม รมต. กลาโหม ขึ้น ฮ. กองทัพภาคที่ 3 เข้าตรวจสอบแนวชายแดนตรงฐานปฏิบัติการบ้านนอแล ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ต้องยกเลิกภารกิจก่อน

ผมอยากให้ข้อมูลชายแดนตรงนี้ ต่อท่านผู้อ่านสั้นๆ ดังนี้ครับ

ปลายปีที่แล้ว ผมเคยขึ้นมาตรวจภูมิประเทศจริงตรงบริเวณนี้ ได้เห็นฐานทหารไทยจากหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ตั้งใกล้กับฐานทหารพม่า 2 ฐาน คือ ฐานปาคี ที่จัดหน่วยระดับกองพัน และฐานเขาหัวโล้น ที่จัดหน่วยระดับกองร้อย ฐานปาคีตั้งต่ำกว่าฐานนอแลของไทยในระยะประชิด ส่วนฐานเขาหัวโล้น ตั้งสูงกว่าแต่ไกลห่างออกไป ไม่ไกลกันกับฐานเขาหัวโล้น มีฐานทหารว้าแดงชื่อฐานหม่านกอง

Advertisement

ผมได้ระบุพื้นที่ในรูปถ่าย คือ วงสีเหลืองด้านขวาของรูปเป็นฐานทหารพม่าตรงเขาหัวโล้น แต่วงเหลืองกลางเป็นฐานว้าแดง และพื้นที่ในกรอบดำ คือ No Man Land ที่ทหารไทยตกลงกับทหารพม่าให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์เล่นกีฬามิตรภาพ

ตอนที่ผมไป ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายยังเป็นปกติ ทหารพม่าที่ฐานปาคีเปิดเพลงภาษาพม่าและออกมายืนดูผม ผมก็ยืนดูเขาและก็โบกมือทักทายกันไป

ที่นี่ ฐานทหารว้าแดงตั้งใกล้ฐานทหารพม่าและฐานทหารไทย แต่ทหารว้าก็อยู่ห่างจากฐานนอแลของไทยหลายเมตร จึงไม่ใช่การรุกล้ำอธิปไตย แต่จุดที่ดูหมิ่นเหม่ไม่แน่ชัดว่าล้ำแดนเราไหม จะอยู่ที่จุดอื่น เช่น พื้นที่แถวอำเภอปายตามที่กำลังเป็นข่าว รวมถึงในบางอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่

ครับ ฐานนอแลของทหารไทยถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ เพราะใกล้ฐานทหารพม่ากับว้าแดง และก็ไม่ไกลมากจากฐานทหารไทใหญ่ และกลุ่มทหารมูเซอดำ รวมถึงอยู่ในย่านชุมชนชาวปะหล่อง จึงน่าสนใจมาก ทั้งในเชิงชาติพันธุ์และระบบความมั่นคงแถบเอเชียอาคเนย์ตอนบน

ในรัฐฉานด้านที่ติดไทย พบว่า ทหารว้าแดงมีการขยายฐาน ที่มั่นเข้าไปประชิดฐานทหารไทย ทหารพม่า หรือ ทหารไทใหญ่ในอัตราที่เพิ่มขึ้น ประชากรแถบนั้นก็เป็นชาวว้ากันมากขึ้น คณะปกครองว้าจากปางซางมีแนวทางขยายอิทธิพลที่เข้มข้นขึ้น ตรงเขตว้าใต้ที่ติดไทย รวมถึงในพื้นที่อื่นๆของรัฐฉาน ไม่เว้นแม้แต่เขตตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน การทำสัญลักษณ์ เช่น ป้ายเขียนตัวอักษรกำกับว่าที่นี่คือรัฐว้า (Wa State) ก็เริ่มมีให้เห็นตามพื้นที่ต่างๆที่ว้าเข้าไปควบคุม

นี่คือสภาพจริงตรงชายแดนไทยจุดหนึ่ง ซึ่งชวนให้รัฐและสังคมไทย ต้องคิดถึงยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศแบบใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง