We Watch จี้เปลี่ยนวัน ‘เลือกตั้งอบจ.’ ชี้ไม่มีกฎห้าม ห่วงคนติดทำงานวันเสาร์ ไม่ได้ใช้สิทธิ – กกต.มีอำนาจ สั่งขยายเวลาได้
สืบเนื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดยจะประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค. 2567 และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ. 2568 นั้น
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) ซึ่งมีพันธกิจในการณรงค์ขยายสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม และความโปร่งใส มีข้อกังวลต่อการกำหนดวันเลือกตั้งดังกล่าว เนื่องจากตรงกับ ‘วันเสาร์’ ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน รวมถึง การกำหนดวันเลือกตั้งดังกล่าวซ้ำเติมความถดถอยของการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. ที่เราได้เห็นตลอดทั้งปี ในปี 2567 จึงเสนอให้ กกต. ทบทวนการกำหนดวันเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดใหม่ เพื่อให้เอื้อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิในการเลือกตั้ง โดยมีเหตุผลดังนี้
การกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ตรงกับวันเสาร์ เป็นอุปสรรคในการเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากมีประชาชนที่ยังคงต้องทำงานต่างถิ่น อาจจะไม่สามารถเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อใช้สิทธิในวันเสาร์ได้ ตามธรรมเนียมแล้ว การกำหนดวันเลือกตั้งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นหยุดราชการ และยังเป็นวันหยุดของห้างร้าน และบริษัท ประกอบกับการใช้สิทธิเลือกตั้งยังไม่ได้รับการรับรองให้เป็นการใช้สิทธิลาเป็นการทั่วไป ซึ่งทำให้เกิดความยากลำบากแก่ประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้สิทธิเลือกตั้ง การเลือกตั้งในวันอาทิตย์ถือเป็นวันที่เหมาะสมสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
จากการเก็บข้อมูลจำนวนผู้มาใช้สิทธิการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวน 20 ครั้งระหว่างเดือนมีนาคม-พฤศจิกายน 2567 พบว่ามีประชาชนสามารถไปใช้สิทธิได้เพียงร้อยละ 51.45 ซึ่งต่ำกว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ถึงร้อยละ 23 ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่น่ากังวล ทั้งที่การปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยไทย กลับเผชิญกับอุปสรรคในการใช้สิทธิอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา
ส่วนที่ กกต. อ้างว่าหากเลือกตั้งตรงวันอาทิตย์ ที่ 2 ก.พ. 2568 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเงื่อนเวลา 45 วัน นับแต่วันที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง อาจจะเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อเท็จจริงคือ ไม่มีบทกฎหมายใดห้ามจัดเลือกตั้งตรงวันสุดท้ายของเงื่อนเวลาดังกล่าว แม้จะมีบางหน่วยเลือกตั้งที่อาจต้องนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ซึ่งโดยทางปฏิบัติจะดำเนินการในวันถัดจากวันเลือกตั้ง คือวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 แต่กระบวนการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ดังกล่าว ก็เป็นแต่เพียงการตรวจสอบผลการเลือกตั้งที่ได้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งอยู่ในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว นอกจากนั้น ตามความในมาตรา 11 วรรคท้าย ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ยังให้อำนาจแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งในการที่จะมีคำสั่งให้ขยายเวลาในการจัดเลือกตั้งได้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาจมีคำสั่ง เช่นให้ขยายเวลาเลือกตั้งออกไปอีก 3 วันก็แก้ปัญหาข้อกังวลดังกล่าว ซึ่งดีกว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีเลื่อนวันเลือกตั้งมากำหนดเป็นวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568
โดยบทเรียนของการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ ให้ถือเป็นตัวอย่างมาตรฐานการเลือกตั้งในอนาคต โดยให้มีการเปิดให้มีการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต และนอกราชอาณาจักร ตามมาตรฐานสิทธิการเลือกตั้งทั่วไป (universal suffrage) และสอดคล้องกับมาตรฐานการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา We Watch จึงขอให้ กกต. ทบทวนวันเลือกตั้งใหม่ และหวังว่าในการเลือกตั้งนายกอบจ. 47 จังหวัด และ สมาชิกอบจ. ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศที่จะถึงนี้ ประชาชนจะสามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้สะดวกมากขึ้น โดยปราศจากข้อกังวลและอุปสรรค อย่างน้อยที่สุดข้อจำกัดดังกล่าวควรได้รับการคลี่คลายจากจากผู้มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเอง
ด้วยความเคารพ
We Watch
3 ธันวาคม 2567


