ส.ว.นันทนา ชี้ 4 บทเรียนให้ไทย กรณีคนเกาหลีใต้ ลุกฮือ ต่อต้านกฎอัยการศึก
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์เรื่อง เหตุการณ์ในเกาหลีใต้บอกอะไร ?? แสดงความคิดเห็นถึงการเมืองในเกาหลีใต้ โดยมีเนื้อหาดังนี้
เวลา 5 ทุ่ม ของวันที่ 3 ธันวาคม ประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงทางทีวีประกาศกฎอัยการศึก
โดยอ้างว่า “เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์”
สั่งเคลื่อนกำลังทหารปิดล้อมที่ทำการรัฐบาล รวมทั้งอาคารรัฐสภา
ดึกขนาดนั้นประชาชนชาวเกาหลีใต้หลายพันคน+นออกมาชุมนุมคัดค้าน
รัฐสภาเรียกประชุมฉุกเฉินในเวลาใกล้เที่ยงคืน
ส.ส.ต้องลุยผ่านวงล้อมทหารรอบๆ อาคารรัฐสภา โดยมีประชาชนคอยช่วยเหลือขวางมิให้ทหารเข้าถึงตัว ส.ส. และ ส.ส.บางส่วนต้องปีนรั้วเข้าไปในอาคาร
ระหว่างนั้นประชาชนคอยขวางมิให้ทหารเข้าไปในอาคารรัฐสภาได้
เมื่อครบองค์ประชุม ใกล้ตีหนึ่ง ที่ประชุม ส.ส.ลงมติด้วยคะแนน เป็นเอกฉันท์ 190 ต่อ 0 ว่า คำสั่งประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ผลคือ คำสั่งประธานาธิบดีเป็นโมฆะ
จบ
ที่ยังไม่จบ คือ แล้ว ประธานาธิบดีจะถูกจับกุม/ดำเนินคดีต่อไปหรือไม่
เรื่องนี้บอกอะไรกับเราคนไทย ???
1.ประชาธิปไตยมีอันตรายอยู่ตลอด
คนๆ เดียวที่มีอำนาจอยู่ แม้กระทั่งในอำนาจที่ได้มาตามกติกาประชาธิปไตย
โดยเฉพาะอำนาจคุมกองทัพ
สามารถจะคว่ำประชาธิปไตยได้ในคำแถลงอันเดียว ใช้เวลาไม่กี่นาที
และ… ดูเหมือนจะมีคนประเภทนี้อยู่ในทุกที่
2.ประชาธิปไตยจะอยู่รอดได้ หากประชาชน และนักการเมือง รู้ซึ้งถึงคุณค่า หวงแหนปกป้อง
และออกมาคัดค้านต่อสู้เมื่อมีคนจะมาแย่งยึดเอาไป
3.ประชาธิปไตยมิใช่เรื่องตะวันตก/ตะวันออก
มิใช่เรื่องคนบ้าคลั่งฝรั่ง มิใช่เรื่องว่ามีคนโง่ๆ จำนวนหนึ่งถูกฝรั่งล้างสมอง
หากแต่เป็นเรื่องของพลเมืองทุกคน
ในทุกประเทศ ไม่ว่าจะในตะวันตกหรือตะวันออก
4.ประชาธิปไตยเป็นเพียงข้อบ่งบอกว่า ประชาชน/พลเมืองทุกคนเป็น “เจ้าของประเทศ”
ทุกคนมีหุ้นส่วน มีความเป็นเจ้าของ และมีสิทธิ “เท่าๆ กัน”
ในการกำหนดความเป็นไปในประเทศเท่าๆ กัน
ไม่มีใครมีสิทธิ/ความเป็นเจ้าของ มากกว่าคนอื่น
ไม่มีใครมีสิทธิจะมายึดอำนาจสูงสุดดังกล่าวไปเป็นของตนเองคนเดียว
ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างอะไร
ประชาธิปไตยมิใช่เป็นแม้กระทั่ง “ทางเลือก”
หากแต่มันมิอาจเป็นอื่น
หากเรานับหนึ่งที่ว่า พลเมืองทุกคนมีความเป็นเจ้าของประเทศนี้ “เท่าๆ กัน”
จะเอาเหตุผลใดมาบอกว่า ใครคนใดคนหนึ่งจะถือสิทธิมากกว่าคนอื่น
หวังว่า เหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ในประเทศที่อยู่ไม่ห่างจากเรานี้ จะทำให้เราทุกคน “ตาสว่าง”

