ทนายนปช.โพสต์เฟซ“วีระโพล”ไม่ได้ใช้สิทธิเกินกรอบกฎหมาย

13.03.17 | 15:55 น.

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ(สกสส) และทนายความส่วนตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ในชื่อ “วิญญัติ ชาติมนตรี” ถึงกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรทางเทคโนโลยี(ปอท.)ขอศาลออกหมายจับนายวีระ สมความคิด ในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์เฟซบุ๊ก สรุปว่า “ขอแสดงความคิดเห็นการทำโพลทางเฟชบุ๊กของคุณวีระ สมความคิด สักหน่อยครับ ผมไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับคุณวีระฯ แต่สิ่งที่เรารู้ก็คือระบบกล่าวหาภายใต้รัฐไทย ที่ต้องขอพาดพิงถึงนี้ ก็อาศัยข้อเท็จจริงตามข่าวสาร (ซึ่งอ้างอิงไว้แล้ว) เพื่อประกอบการวิเคราะห์พฤติการณ์และคดีที่กำลังเริ่มต้นอีกหนึ่งเรื่องตามเหตุผลทางกฎหมายและเหตุผลตามหลักการประชาธิปไตย มิได้มีเจตนาให้กระทบในทางเสียหายต่อผู้ใดทั้งสิ้น และอย่าตีเจตนาผมไปในทางอคติคิดมิชอบก็แล้วกัน เอาเป็นว่า “ฮักนะจึงบอกให่” กล่าวคือ

“ศาลอาญา ออกหมายจับ ‘วีระ สมความคิด’ ข้อหาทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังทำโพลและโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก“Veera Somkwamkid” จากการตรวจสอบทั้ง 2 เฟซบุ๊กเป็นของนายวีระ โดยนายวีระนั้นถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพขของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) จึงทำให้เป็นที่รู้จัก จึงอาจทำให้ผู้ที่เห็นข้อความเหล่านั้นหลงเชื่อได้ จนสร้างความสับสน เกิดความเสียต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้ ประกอบกับการจัดทำโพลดังกล่าวนั้นก็เป็นเพียงการจัดทำความเห็นกับกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว ดังนั้น ผลจึงอาจไม่ตรงกับความเป็นจริง ทางพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. จึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนขอศาลออกหมายจับในที่สุด

“ขอวิเคราะห์เฉพาะต้นธารของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ให้ท่านทั้งหลายได้ฉุกคิด โพล คือการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ต้องการโดยวิธีการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่ เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก โดยที่การสรุปผลอยู่ในรูปการนับจำนวนผู้มีความคิดเห็นแต่ละเรื่องเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ที่ไปสำรวจทั้งหมด แต่วัตถุประสงค์ส่วนมาก คือ เพื่อทราบความคิดเห็นที่เกี่ยวกับปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า hot issue เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลจะเป็นแบบสัมภาษณ์ หรือแบบสอบถาม โดยใช้โทรศัพท์หรือปัจจุบันที่นิยมคือทางออนไลน์ การกำหนดขนาดตัวอย่างและการเลือกตัวอย่างเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้การทำโพลไม่น่าเชื่อถือ

“โพล ใครก็ทำได้มิใช่เหรอ โพลแบบชาวบ้าน แบบสถาบัน แบบมหาวิทยาลัย แบบธุรกิจเขาก็ทำกันเยอะแยะ การขายสินค้าออนไลน์ก็ทำโพล การตลาดหรือชี้วัดประสิทธิภาพก็ทำโพล เพราะคือการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสำรวจได้ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง แล้วโพล 8 ข้อ ของคุณวีระ แม้จะเป็นโพลจากใครก็ตาม อยู่ที่คนฟังคนรับสารจะใช้สติปัญญาแค่ไหน คนทำโพลเชื่อถือได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องมีการวิพากษ์ ติชม ท้วงติง ตามระบอบการปกครองประชาธิปไตย การใช้สิทธิของประชาชนและของคุณวีระฯ ไม่ได้ทำอะไรที่เกินกว่าที่กฎหมายให้สิทธิไว้ แล้วเฟซบุ๊กที่ทำก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ต้องทำแบบสำรวจเดินสอบถามผู้คนตามสถานที่ต่างๆ และเป็นแบบเปิดกว้าง แล้วอะไรล่ะที่ไม่ชอบธรรม?

“การจะนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จนั้น ต้องพิเคราะห์ว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม” ต้องเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผู้กระทำไม่มีอำนาจที่จะทำได้ แต่ทำขึ้นในนามผู้อื่น เป็นการลวงให้หลงในตัวบุคคลผู้ทำข้อมูลคอมพิวเตอร์ “ข้อมูลคอมพิวเตอร์เท็จ” ต้องเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในอำนาจของตนที่จะทำได้ แล้วทำขึ้นในนามผู้อื่น ให้ผู้อื่นเสียหาย ดังนั้น หากเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือเป็นเท็จแล้ว ต้องพิเคราะห์ถึงด้วยว่าจะเสียหายต่อผู้ใด และผู้ใดนั้นมีกรอบของระดับผลกระทบถึงขั้นจะเป็นความเสียหายได้เพียงใดหรือไม่”เนื้อหาตอนหนึ่งในเฟซบุ๊กนายวิญญัติระบุ

Advertisement