ไอติม หนุนส.ส.เพื่อไทย ชงแก้กม.กลาโหม หวังฉบับก้าวไกลได้พิจารณาด้วย หลังโฆษกรบ.เผยจะไม่รับ ดักทางครม. ส่งร่างเนื้อหาเบาๆ มาประกบ ทำสาระสำคัญไม่ได้แก้
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [การแก้ไขกฎหมายกลาโหม – คำถามสำคัญคงไม่ใช่แค่ “แก้หรือไม่” แต่คือ “แก้อย่างไร”] โดยมีเนื้อหาดังนี้
1.เป็นเรื่องดีที่วันนี้ ทางพรรคเพื่อไทยตัดสินใจยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ. ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เข้ามาที่สภา โดยคาดว่า ร่างของเพื่อไทยจะถูกพิจารณาพร้อมกับร่างของก้าวไกลที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว
– ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ (ซึ่งเป็นมรดกจากคณะรัฐประหาร 2549) มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
– ทางก้าวไกลเราจึงตัดสินใจยื่นร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาเป็นชุดแรกๆ ทันทีที่สภาชุดปัจจุบันเริ่มทำงาน ตอน กรกฎาคม 2566
– ความจริง ร่างดังกล่าวของก้าวไกลได้เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาในวาระที่ 1 เมื่อ สิงหาคม 2567 แต่ถูก ครม. “อุ้ม” ออกไปศึกษาก่อน 60 วัน
จึงทำให้ร่างของเพื่อไทยน่าจะทันพิจารณาพร้อมกับร่างของก้าวไกลที่ ครม. ได้ส่งกลับมาที่สภา เรียบร้อยแล้ว
2.เนื้อหาในร่างของเพื่อไทยโดยรวมแล้วเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับร่างของก้าวไกล แต่ 1 ประเด็นสำคัญที่ร่างของเพื่อไทยไม่ได้เสนอแก้ไขคือเรื่องของ “อำนาจสภากลาโหม”
– ในกฎหมายปัจจุบัน มาตรา 43 ระบุว่าในการดำเนินการหลายๆ เรื่องด้านการทหาร (เช่น นโยบายการทหาร งบประมาณการทหาร ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการทหาร) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลพลเรือน) ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ แต่ต้องทำตามมติของสภากลาโหม (ซึ่งประกอบไปด้วยข้าราชการทหารเป็นหลัก)
– ร่างของเพื่อไทยไม่มีเสนอแก้ไขในประเด็นนี้ แต่ร่างของก้าวไกลมีการปรับลดอำนาจสภากลาโหมจากสภาที่มัดมือรัฐมนตรี มาเป็นสภาที่ให้คำปรึกษารัฐมนตรี (ตามภาพ) เพื่อยืนยันหลักการที่กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน และเพื่อปลดล็อกให้รัฐมนตรีมีบทบาทเป็นตัวแทนประชาชนมากกว่าเป็นโฆษกกองทัพ
3.สิ่งที่ต้องจับตามดูตอนนี้คือท่าทีของ ครม. และ ส.ส. รัฐบาลว่าจะเป็นเช่นไร หลังจากที่โฆษกรัฐบาลได้เคยแถลงเมื่อ ตุลาคม 2567 ว่า ครม. มีมติไม่รับหลักการร่างของก้าวไกล
– มาถึงวันนี้ที่พรรคแกนนำรัฐบาลเสนอร่างของตนเองเข้ามาที่มีเนื้อหาสอดคล้องโดยรวมกับร่างของพรรคก้าวไกล..
– สิ่งที่ผมหวังว่า เราจะเห็นคือการที่
(1) ครม. ทบทวนท่าทีที่เคยประกาศไม่เห็นด้วยกับร่างของก้าวไกล และ
(2) ส.ส.รัฐบาล ลงมติรับหลักการทั้งร่างของเพื่อไทยและของก้าวไกล โดยนำรายละเอียดที่ยังแตกต่างกัน (เช่น เรื่องอำนาจสภากลาโหม) ไปถกและหาข้อสรุปกันในชั้นคณะกรรมาธิการ
– สิ่งที่ผมหวังว่าเราจะไม่เห็นคือการที่
(1) ส.ส. รัฐบาลลงมติเห็นชอบให้ร่างของเพื่อไทย แต่ปัดตกร่างของก้าวไกล ทั้งที่เนื้อหามีความใกล้เคียงกัน หรือ
(2) ครม. เสนอร่างของตนเองเข้ามาที่มีเนื้อหาที่ “เบาบาง” และ “จาง” กว่าร่างของเพื่อไทย และก้าวไกลเป็นอย่างมาก และใช้ร่างของ ครม. เป็นร่างหลักจนทำให้เนื้อหาสำคัญที่ร่างของเพื่อไทยและก้าวไกลเสนอให้แก้ไข กลับไม่ได้รับการตอบสนอง
ผมยืนยันว่า การแก้ พ.ร.บ. ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เป็นกุญแจดอกสำคัญสู่การปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นภารกิจที่ทุกพรรคควรผลักดันร่วมกัน
แต่คำถามสำคัญที่สังคมควรจับตามองในวันนี้ อาจไม่ใช่คำถามที่ว่า “จะแก้หรือไม่” แต่คือคำถามที่ว่า “จะแก้อย่างไร” และ “จะแก้ขนาดไหน”

