หน้าแรก การเมือง พิธา ร้องโอ๊ย...

พิธา ร้องโอ๊ย โต้เป็นเดอะแบก ช่วยโกยคะแนน ไม่กังวลคำปรามาส พรรคประชาชนแพ้ตลอด

8.12.24 | 16:15 น.

‘พิธา’ ไม่กังวลคำปรามาส พรรคประชาชนแพ้ทุกสนามท้องถิ่น มองแง่บวกขอเปลี่ยนเป็นแรงผลักดัน ร้องโอ๊ย บอกไม่ใช่เดอะแบก ชี้ตอบแทน ‘ทักษิณ’ ไม่ได้ ลำบากใจหรือไม่ลงพื้นที่อุบลฯ ช่วยผู้สมัครเบอร์ใหญ่คนกันเอง

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของ นายสิทธิพล เลาหะวนิช ผู้สมัครนายก อบจ.อุบลราชธานี พรรคประชาชน ว่ายังต้องทำงานอย่างหนัก พยายามพูดคุยกับประชาชนให้อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ เพราะเร็วๆ นี้จะมีการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร ซึ่งผู้สมัครของพรรคประชาชนถือว่าเป็นคนที่สู้เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย ส่วนว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.ที่จะมาช่วยก็เป็นพ่อค้าแม่ขายตัวเล็กตัวน้อยเช่นกัน อาจไม่เสมอไปที่ต้องเป็นนายทุนใหญ่ๆ

นายพิธายอมรับว่า กังวลกับตัวเลขผู้ที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ก็เข้าใจ เพราะเมื่อนายก อบจ.คนเก่าลาออกเดือนตุลาคม จึงทำให้วันเลือกตั้งนายก อบจ.กำหนดเป็นวันที่ 22 ธันวาคม ซึ่งหากประชาชนจะกลับบ้านมา ปีใหม่ 1 ครั้ง เลือกตั้งนายก อบจ. 22 ธันวาคม อีก 1 ครั้ง และเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.อีกในเดือนกุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นในช่วง 4-5 สัปดาห์ หากต้องกลับบ้าน 3 ครั้ง เพื่อทำหน้าที่พลเมืองตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องยาก ประกอบกับมีข้อมูลที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยอาจเป็นเพราะนายก อบจ.ลาออกก่อน และขอมาทำงานต่อก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณและความสะดวกของประชาชนที่ต้องเดินทาง 3 รอบภายใน 5 อาทิตย์ ซึ่งประชาชนในภาคอีสานและชาวอุบลราชธานีบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถกลับมาได้ก็ขอให้ช่วยไปบอกพ่อแก่แม่เฒ่าในพื้นที่ หากอยากได้การเปลี่ยนแปลงก็ต้องเลือกผู้สมัครของพรรคประชาชน

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนถูกปรามาสมาตลอดว่าแพ้มาทุกสนาม นายพิธาบอกว่า ไม่กังวล และขอเปลี่ยนคำปรามาสเป็นแรงผลักดัน ย้ำว่าแข่งกับใครก็ไม่เท่าแข่งกับตัวเอง และแต่ลักษณะการเลือกตั้งก็แตกต่างกัน เลือกตั้งระดับประเทศก็แบบหนึ่ง เลือกตั้งท้องถิ่นก็แบบหนึ่ง เลือกตั้งซ่อมก็อีกแบบหนึ่ง อย่าง จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดใหญ่อันดับที่ 5 ของประเทศ ประชากรอันดับ 3 ของประเทศ 1.8 ล้านคน คนมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งใหญ่ 72% และออกมาเลือกตั้งนาย กอบจ. 62% หายไป 10% ที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ หรือคิดเป็นกว่า 100,000 คน จึงคิดว่าต้องขยันให้มากกว่า และเดินให้ครบทั้งหมด 25 อำเภอให้ได้ ซึ่ง 2 วันที่ตัวเองมาลงพื้นที่ก็มีการเลือกเริ่มต้นเดินสาย 4-5 อำเภอแรก ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของพรรคประชาชน

ส่วนที่มีหลายคนมองว่านายพิธาคือเดอะแบกของพรรค นายพิธาถึงกับร้อง “โอ๊ย” แล้วหันไปทางนายสิทธิพล ผู้สมัครนายก อบจ.อุบลราชธานี พรรคประชาชน ก่อนจะบอกว่า “เขาต่างหากที่แบกผม และช่วยวางแผนการหาเสียงให้กับผม” พร้อมบอกต่อว่า นายสิทธิพลและว่าที่ผู้สมัครสมาชิก อบจ. แม้ช่วงที่ตนไม่ได้มาก็หาเสียงในพื้นที่อยู่ ไม่ใช่เพิ่งจะมาหาเสียงตอนที่ตนมาลงพื้นที่ ส่วนตนก็อาจพอช่วยได้เล็กๆ น้อยๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อทำให้เกิดความตื่นตัว

Advertisement

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่อุบลราชธานีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ จะทำให้นายทักษิณลำบากใจหรือไม่ เพราะเป็นบ้านใหญ่ที่ใกล้ชิดทั้งคู่ นายพิธาระบุว่า ตอบแทนนายทักษิณไม่ได้ แต่ตนเห็น นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง บ่นอะไรสักอย่างเมื่อเช้าว่า ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยเหมือนกัน และอยู่กันคนละพรรค ก็มองว่าอยู่กันคนละเบอร์ แต่ก็มีการวิเคราะห์ว่าเป็นคนคุ้นเคยกัน และทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว

นายพิธากล่าวว่า หากสมัยก่อนใครตามพรรคเพื่อแผ่นดินก็คงจะตามทันว่าการเมืองมีความเป็นมาอย่างไร แต่ก็ถือว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรา ก็ทำในสิ่งที่ควบคุม พยายามเข้าหามวลคะแนน เนื้อคะแนนในอำเภอที่พรรคประชาชนมีจุดแข็ง ซึ่งในสัปดาห์หน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จะลงพื้นที่อุบลราชธานี วันที่ 12-15 ธันวาคม และตนจะกลับมาอีกทีวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่คนอยู่บ้านก็หวังจะช่วงชิงเปลี่ยนใจคนให้มากที่สุด ส่วนในวันธรรมดาก็มีนายสิทธิพลที่จะเคาะประตูบ้านปูพรมหาเสียง

นายพิธาย้ำว่า หากประชาชนเปิดใจอะไรก็เป็นไปได้ เพราะหากวิเคราะห์ตัวเลขในอดีต ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.ปี 2563 ได้ 280,000 คะแนน ส่วนผู้ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ได้ 260,000 คะแนน และผู้สมัครจากคณะก้าวหน้าได้กว่า 100,000 คะแนน ซึ่งหากดูภาพรวมคะแนนแล้วก็มีความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ว่าจะทำให้ประชาชนกลับมาใช้สิทธิได้เยอะเท่าปี 2563 หรือไม่