นพดล ลั่น ไม่มีรบ.ไหนไร้จิตสำนึกทำไทยเสียดินแดน ชี้ไทยไม่ได้ยอมรับเส้นไหล่ทวีปของกัมพูชา ถ้ายกเลิก MOU 44 มีข้อเสียมากกว่า ติงอย่าใช้ความเท็จปลุกปั่นหวั่นซ้ำรอยปราสาทพระวิหาร
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม นายนพดล ปัทมะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการที่มีผู้เห็นต่างยื่นหนังสือถึงรัฐบาล รวมทั้งการเรียกร้องให้ยกเลิก MOU 44 ว่า ตนเห็นว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นต่างและตอบทุกข้อห่วงใย แต่ความเห็นต่างนั้นควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ถูกต้อง อย่าใช้ความเท็จมาโจมตีรัฐบาล เช่น บอกว่าถ้าเจรจาตาม MOU 44 จะทำให้เสียดินแดนซึ่งไม่จริง และคงไม่มีรัฐบาลไหนไร้จิตสำนึกจนทำให้ไทยเสียดินแดน ตนไม่อยากเห็นการใช้ความเท็จ เพราะเคยเป็นเหยื่อการใส่ร้ายเท็จเรื่องเขาพระวิหารว่าพวกตนจะทำให้เสียดินแดน ปลุกปั่น จุดกระแส แต่ท้ายที่สุดศาลฎีกาฯ ตัดสินยกฟ้องตน และในคำพิพากษาระบุว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้องตามสถานการณ์และประเทศจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่ตนทำ แต่ไม่มีใครรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดจากการปลุกปั่น ไม่ว่าจะเป็นการสู้รบกับเพื่อนบ้าน การเสียชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสื่อมทรามลง เป็นต้น เราคนไทยด้วยกันควรพูดกันด้วยเหตุผลและยึดประโยชน์ประเทศ
นายนพดลกล่าวต่อว่า การเรียกร้องให้ยกเลิก MOU 44 โดยอ้างว่าจะทำให้ไทยเสียดินแดน เพราะไทยไปยอมรับเส้นไหล่ทวีปของกัมพูชาก็ไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีเนื้อหาตอนใดของ MOU 44 ที่ไปยอมรับเส้นของกัมพูชา อีกทั้งแผนผังแนบท้าย MOU 44 เพียงสะท้อนเส้น 2 เส้นที่กัมพูชาและไทยประกาศ การสะท้อนเส้นไม่ถือว่าเป็นการยอมรับเส้น ยิ่งกว่านั้นเนื้อหาในข้อ 5 ของ MOU 44 ปกป้องสิทธิฝ่ายไทยไว้ ตามที่ระบุไว้ว่าตราบใดที่ยังไม่มีข้อตกลงเรื่องการแบ่งเขตทางทะเล ให้ถือว่าเนื้อหา MOU 44 จะไม่มีผลกระทบต่อการอ้างสิทธิทางทะเลของทั้งไทยและกัมพูชา ดังนั้นการให้ความเห็นว่า MOU 44 ไปยอมรับเส้นของกัมพูชาจึงขัดกับข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและไม่เป็นผลดีต่อท่าทีของไทย หากสงสัยควรสอบถามกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
นายนพดลกล่าวอีกว่า แปลกใจที่แทบทุกรัฐบาลที่ผ่านมาได้ใช้ MOU 44 ในการเจรจากับกัมพูชา ก็ไม่เห็นมีการคัดค้าน และเห็นว่าการเรียกร้องให้ยกเลิก MOU จะมีผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจาก 1.หลังยกเลิก การประกาศเขตไหล่ทวีปของแต่ละฝ่ายก็จะยังคงอยู่ พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน 26,000 ตร.กม.ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปพร้อมกับ MOU 2.ไทยและกัมพูชาไม่สามารถเข้าไปสำรวจ ขุดเจาะน้ำมันและแก๊สในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนได้ ตนไม่เห็นว่าใครจะได้ประโยชน์
3.ทั้งสองฝ่ายไม่มีความผูกพันที่จะต้องเจรจาเรื่องแบ่งเขตทางทะเลและพัฒนาร่วมควบคู่กันไปแบบผูกติดกัน และ 4.เงื่อนไขข้อ 3 ของ MOU ที่ผูกพันให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาแบ่งเขตทางทะเลตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศก็จะสิ้นผลไปพร้อมกับ MOU ซึ่งเมื่อไทยไม่ยอมรับเส้นของกัมพูชา แล้วจะไปยกเลิกช่องทางการเจรจาให้ได้ข้อสรุปที่สอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศไปทำไม ฟังดูย้อนแย้ง

