หน้าแรก การเมือง จีรนุช ยกเคสเ...

จีรนุช ยกเคสเกาหลีใต้ ปิ๊งไอเดียดีไซน์ รธน. สกัดรปห. ชี้ ประชามติ 2 ครั้ง ดันฉบับใหม่ทันเลือกตั้ง 70 แน่

10.12.24 | 16:26 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม PBIC 205 วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ จัดเวทีเสวนาวิชาการ PRIDI Talks #28 x PBIC: “ยุตินิติรัฐประหาร รื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดการออกแบบรัฐธรรมนูญ รวมถึงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไปจนถึงติดตามตรวจสอบกระบวนการร่างฉบับใหม่ โดยศึกษาบทบาทขององค์กรอิสระ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และกระบวนการทำประชามติ เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน โดยบรรยากาศตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมงานและเลือกซื้อหนังสือ ตลอดจนสินค้าที่ระลึกจากบูธกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมาร่วมรณรงค์ให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ บูธของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เป็นต้น

ต่อมาเวลา 13.30 น. รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “ยุตินิติรัฐประหาร สถาปนารัฐธรรมนูญประชาชน: ทางรอดรัฐล้มเหลว”

จากนั้น เข้าสู่ช่วงเสวนา “ยุตินิติรัฐประหาร รื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นโดย นางจีรนุช เปรมชัยพร ที่ปรึกษาเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ, นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดำเนินรายการโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw

โดยนางจีรนุช กล่าวว่า เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก-ยอล ประกาศกฎอัยการศึก และประชาชนได้ลุกขึ้นมาต่อต้าน จนต้องยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกออกไป ตนได้แรงบันดาลใจว่ารัฐธรรมนูญสามารถหยุดรัฐประหารได้ ออกแบบดีๆ ก็สามารถสกัดรัฐประหารได้เช่นกัน มันทำให้เราเชื่อมั่นมากขึ้นว่ารัฐธรรมนูญสามารถเป็น instrument เป็นเครื่องมือในการออกแบบการปกครองที่มีความหมายได้

Advertisement

ตนขอถามประเทศไทยต่างอะไรกับเกาหลีใต้? ทำไมเราทำแบบเขาไม่ได้? ทำไมเรามีรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งมีหนึ่งข้อที่ตนเชื่อว่า เราไม่ต่างกัน คือ เรามีจิตใจของนักสู้ที่ไม่แตกต่างกันของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ประชาชนไทย อดทนและอึดทนอย่างมากในการอยู่ในสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สู้กับประชาธิปไตยครึ่งใบ หากเปรียบเรื่องประชาธิปไตย ตนเชื่อว่าประชาชนไทยไม่น้อยหน้าเกาหลีใต้แน่นอน

ขอย้อนอดีตไปที่ว่า เวลาเราพูดถึงรัฐธรรมนูญ เรามักพูดถึงนักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามองย้อนการร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาธิปไตย อย่างน้อย 2 ฉบับที่มาจากการเรียกร้องและการต่อสู้ของประชาชน เรามักจะไม่ได้พูดถึงรัฐธรรมนูญปี 2517 มากนัก เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีความเป็นประชาธิปไตยที่สุดของประเทศไทย

“เราคิดว่ารัฐธรรมนูญ 2517 เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? ไม่ได้มีนักนิติศาสตร์ ไม่ได้มาจากนักกฎหมาย แต่มากจากการต่อสู้ของนักศึกษาประชาชนในปี 2516 การต่อสู้ที่นำไปสู่การล้มเผด็จการ ถนอม-ประภาส เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ในที่สุดเมื่อเผด็จการทหารออกไป เกิดการร่างรัฐธรรมนูญ จนได้รัฐธรรมนูญ 2517 ในฉบับประชาธิปไตย แต่รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยของคนไทยอยู่ได้ไม่นานก็ถูกรัฐประหารไป

รัฐธรรมนูญ 2540 ก็มีที่มาที่ไป สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ พฤษภา 2535 ทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านการมีนายกคนนอก เกิดการสู้ของคนชนชั้นกลางในประเทศไทย และนำไปสู่การพัฒนาการของสังคมไทยในประชาธิปไตยจนก่อรูปก่อร่างเป็นรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย โดยประชาชนมีส่วนร่วมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ”นางจีรนุช กล่าว

นางจีรนุช ยังกล่าวถึงสิ่งที่น่าสนใจว่า ถ้าเราไปรีวิวรัฐธรรมนูญทั้ง 20 ฉบับ ตั้งคำถามรัฐธรรมนูญคืออะไร? สำหรับตน รัฐธรรมนูญคือ ‘พื้นที่สำหรับการต่อรอง และประนีประนอมอำนาจให้อยู่กันในกติกาประชาธิปไตย’ พอจะรับกันได้ในสังคมนั้นๆ คำว่า อํานาจอธิปไตย อ่านทีไรก็ขนลุก คืออำนาจของเราในการปกครอง ให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศ ทั้ง 20 ฉบับ เราเห็นการต่อรอง ดึงกันไป ดึงกันมา ระหว่างประชาธิปไตยกับการไม่เป็นประชาธิปไตยหรือการกินรวบอำนาจ

“ถ้อยคำที่คณะราษฎร เขียนถึงคือ อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลายเป็นครั้งแรกและฉบับเดียวที่มีการใช้คำเช่นนี้ หลังจากนั้นเราก็ถูกใช้ถ้อยคำทางเชิงเทคนิคว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ดิฉันสงสัยว่า อำนาจสูงสุด ไม่ดีอย่างไร? นักกฎหมายถึงไปเปลี่ยนเป็นคำว่า อำนาจอธิปไตย

ถ้าการตีความง่ายๆ คือ อำนาจสูงสุดมันอธิบายง่ายเกินไป ประชาชนอาจจะเหลิง การใช้คำว่าอำนาจสูงสุดมันง่ายกว่าการใช้อำนาจอธิปไตย ความหมายมันคืออำนาจมันเป็นของฉัน ฟังแล้วมันก็ปักธงไปในใจได้” นางจีรนุช เผย

นางจีรนุช เผยต่อไปว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากรัฐประหาร เราจะพบว่า ไม่ว่าประชาชนได้อำนาจบางอย่างคืนมา ก็จะเกิดการยึดอำนาจกลับไปผ่านการรัฐประหาร ซึ่งเป็นเช่นนี้มากว่า 80 ปี ที่เราอยู่ในวังวน ที่เราถูกยืดดึงอำนาจของประชาชนออกไปจากกติกาการปกครองเป็นแบบนี้เสมอมา ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2560) เป็นฉบับที่เหมือนเบียดประชาชนไปที่นิ้วก้อยของรัฐธรรมนูญ ประชาชนแทบไม่มีอำนาจอยู่เหลือในรัฐธรรมนูญเลย

นางจีรนุช กล่าวว่า หากมองดูเรื่องการออกแบบรัฐธรรมนูญในแบบประชาธิปไตยในสังคมไทย ถ้าเราดูสังคมไทย เราดูในฝั่งซ้ายที่เป็นสเปกตรัมของประชาชนและฝั่งขวาฝั่งของขุนศึก ศักดินา อำนาจอธิปไตยเป็นของใคร โดยหลักการประชาธิปไตยควรเป็นของของประชาชน ขณะที่ระบบเศรษฐกิจ ทุนนิยมที่มีการผูกขาด มีอำนาจของชนชั้นนำเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ถูกไปอยู่ฝั่งขวา เพราะอำนาจประชาชนน้อยลงมาก นั้นจึงเป็นสิ่งที่เราต้องเขียนรัฐธรรมนูญ 2560 ใหม่หรือรื้อทิ้ง

“ประชาชนคนไทยเราเคารพกติกาอย่างยิ่ง เราใช้สิทธิตามกฎหมาย เราเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญปี 2563 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่การเข้าชื่อมากกว่า หนึ่งแสนรายชื่อ และถูกปัดตกอย่างไม่ไยดี และในอดีตก็เช่นกัน

ในนามของเครือข่ายภาคประชาชน เราต่อสู้กันหลายรูปแบบ เราจะมีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เมื่อรัฐบาลต้องการแบบไหนที่จะทำให้เราได้รัฐธรรมนูญ เราก็ไปตามเกมนั้นมาโดยตลอด จะทำประชามติ 3 ครั้ง เราก็ทำ จนตอนนี้ผ่านไป 3 ปี ประชามติครั้งที่ 1 ก็ยังไม่เกิดขึ้น

แล้วจะได้รัฐธรรมนูญปี 2570 ทันไหม ดิฉันเชื่อว่าเรามาด้วยความหวัง ถ้าเราเดินทางไปด้วยประชามติ 2 ครั้ง เชื่อว่าเราไปได้ สามารถมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้มีกติกาที่เป็นประชาธิปไตยทัน ในรอบที่ประชาชนจะตัดสินในอนาคตการเข้าคูหาเลือกตั้ง 2570 ครั้งต่อไป

ยืนยันว่า ไม่ใช่เพราะความเชื่อ แต่ด้วยการศึกษาข้อมูลกฎหมาย ไม่มีข้อห้ามใดๆ การที่เราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เราต้องทำประชามติ 2 ครั้ง เพื่อทันใช้ก่อนการเลือกตั้ง”นางจีรนุชปิดท้าย