เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม PBIC 205 วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ จัดเวทีเสวนาวิชาการ PRIDI Talks #28 x PBIC: “ยุตินิติรัฐประหาร รื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดการออกแบบรัฐธรรมนูญ รวมถึงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไปจนถึงติดตามตรวจสอบกระบวนการร่างฉบับใหม่ โดยศึกษาบทบาทขององค์กรอิสระ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และกระบวนการทำประชามติ เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน โดยบรรยากาศตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมงานและเลือกซื้อหนังสือ ตลอดจนสินค้าที่ระลึกจากบูธกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมาร่วมรณรงค์ให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ บูธของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เป็นต้น
ต่อมาเวลา 13.30 น. รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “ยุตินิติรัฐประหาร สถาปนารัฐธรรมนูญประชาชน: ทางรอดรัฐล้มเหลว”

จากนั้น เข้าสู่ช่วงเสวนา “ยุตินิติรัฐประหาร รื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นโดย นางจีรนุช เปรมชัยพร ที่ปรึกษาเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ, นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดำเนินรายการโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw
นายนิกรกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตัวเองมีแพชชั่นหรือบ้า ตนทำการเมืองมี 2 เรื่อง หนึ่งเรื่องสำเร็จแล้ว และอีกหนึ่งเรื่องยังคาใจอยู่มาก นั่นคือเรื่องรัฐธรรมนูญ โชคดีที่เรียนรัฐศาสตร์ ถ้าเป็นนักนิติศาสตร์ อาจจะติดกับหลักการมาตรา อาจจะขยับไม่ได้
“ถามว่าทำไมเราถึงมีรัฐธรรมนูญตั้ง 20 ฉบับ เป็นเรื่องอเมซิ่งหรือไม่? เราต้องวิเคราะห์รู้เขารู้เรา วิเคราะห์ปัญหาของเรา เราไปใช้คำที่เรียกว่าไฮบริด ประเทศเรามีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก เราใช้ระบบการเมืองแบบอังกฤษ และใช้รัฐธรรมนูญระบบอเมริกัน (ลายลักษณ์อักษร) เราต้องเข้าใจว่า สังคมอเมริกันไม่มีประวัติศาสตร์เลย ของไทยเรา เวลาเขียนมันไปเหลื่อมกับที่เขียนบนรัฐธรรมนูญ ก็ถูกฉีก เพราะมันเหลื่อมจนกระทั่งตึงเต็มที่ ขาดก็เอาใหม่ กว่า 20 ครั้งแล้ว
ปัญหาในระบบรัฐธรรมนูญไทย เราผิดรูปผิดร่าง ไทยเป็นสังคมอย่างหนึ่ง เรามีหลักการไปหลายเรื่องมาก พอผิดเหลี่ยมนิดเดียวถูกยึดอำนาจ ประชาชนก็ไม่ลุกขึ้นสู้ก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด

รัฐธรรมนูญปี 2540 ฉบับประชาชน ตอนนั้นการเมืองแย่มาก พอประกาศไปเสร็จ ผมพูดเสมอว่าไม่มีสักมาตราที่อยู่ในสมองท่านบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีไทย แกเพียงจะเอาตามที่ประชาชนกำหนดเท่านั้น” นายนิกรกล่าว
นายนิกรกล่าวว่า ปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2540 คำสุดท้ายคือ ‘ได้แค่นี้ แล้วไปแก้ในอนาคต’ เราอยู่มา 10 ปี แล้วเราไม่แก้ ช่วงนั้นตนเป็นฝ่ายค้าน รัฐธรรมนูญปี 2540 ทำให้ประชาชนเข้มแข็ง เข้มแข็งจนเราอภิปรายไม่ได้ ก็เลยถูกยึดอำนาจ ถ้าเรามีเสียงพอที่จะอภิปรายได้ทหารก็ยึดอำนาจ รัฐธรรมนูญปี 2540 ถูกฉีก หลังจากนั้นก็กลับไปที่เดิม
“ช่วงนั้นเป็นเรื่องที่ยากสุด คือทำให้รัฐบาลประกาศเป็นนโยบาย เราจะสังเกตหลังจากนั้นไม่มีรัฐบาลไหนประกาศนโยบายที่ทำให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับของประชาชนเลย แต่ขณะนี้รัฐบาลปัจจุบันประกาศจะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับของประชาชนแล้ว เหมือนสมัยรัฐบาลท่านบรรหาร

ผมนั่งนับทุกวัน ขณะนี้จะมีโอกาสอยู่เหลือแค่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แล้ว เรื่องประชามติ 2 ครั้งไม่ต้องไปคิด เพราะเราคิดมาหลายครั้งแล้ว ถูกศาลรัฐธรรมนูญทุบมาแล้ว ก็ร่างที่ผมเสนอเข้าไป ทำไมผมจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น?
ประเด็นปัญหาก็คือว่า ความขัดแย้ง เสียเวลาไป 1 ปี ในการโหวตที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่มีทางที่สภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านให้ ประชาชนเห็นว่าควรจะเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกเสียง ถ้าเป็นผม ผมคงกลัว เพราะว่า เมื่อประชาชนเห็นแบบนี้ เป็นหลักการไปแล้ว วันเวลาจะถูกขยายไป 180 วัน
ในโอกาสของรัฐบาลชุดนี้มีครั้งเดียวคือตอนยื่นมาตรา 256 ในเดือนมกราคม 2569 จะทำประชามติครั้งแรก ถ้าไม่ผ่านก็ยื่นซ้ำไม่ได้ ต้องไปรอกรกฎาคม เวลาที่จะมีปัญหาก็คือ โอกาสไปยื่นมกราคม 2569 ต้องผ่านวุฒิสภาให้ได้ ถ้าไม่ต้องรอ กรกฎาคมมันเลยเวลาของสภาครั้งที่ 4 สมัยที่ 2 เอาเป็นว่า ส.ส.ร.จะทำไม่ได้” นายนิกรกล่าว
นายนิกรเผยต่อว่า มาตรา 256 ต้องผ่าน ตนเสนอในวันรัฐธรรมนูญเมื่อเช้าที่ผ่านมา ว่าให้รัฐบาลทำเป็นร่างมาตรา 256 ของตัวเอง มันจะได้แร็ปคำพูดของรัฐบาลที่สัญญากับประชาชน ที่จะทำรัฐธรรมนูญประชาชนให้ได้ในนามรัฐบาล อย่าให้พรรคแต่ละพรรคยื่น ซึ่งพรรคที่ยื่นได้มี 2 พรรค พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยยื่นไม่ได้เพราะเสียงไม่ถึง 100 เสียง เป็นมาตรา 256 ของ ครม. หรือของร่วมรัฐบาลเท่านั้นที่ร่วมกัน จะได้มีคนไปคุยกับ ส.ว. โอกาสเดียวของเราที่มีคือครั้งเดียว
“ร่างมาตรา 256 ที่ค้างอยู่ในสภาขณะนี้ ผมกลัวจะมีปัญหา เหตุผลร่างนี้ที่สภาจะรับไป ซ่อนรัฐธรรมนูญไว้ใน (8) ก็คือว่า การจัดทำประชามติ ให้ทำได้ในกรณีทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปัญหาคือ จะผ่านหรือไม่” นายนิกรกล่าว และว่า ถ้าร่างนี้บรรจุจะไม่ผ่าน แต่ถ้าร่างมาตรา 256 15/1 มี ส.ส.ร. สภาจะไม่รับ ไม่ถูกบรรจุ ตนจึงสรุปว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ประชามติ 3 ครั้ง แต่ถ้า 2 ครั้งได้ก็ไม่ผ่าน เพราะ 2 ครั้ง ไม่มี ส.ส.ร.


