หน้าแรก การเมือง เห็นด้วยพุ่ง ...

เห็นด้วยพุ่ง 59% กม.เพื่อไทย สกัดรปห. วันเดียวพลิกแซงเท่าตัว สวนจุดยืนพรรคร่วมรบ.

10.12.24 | 17:54 น.

เว็บสภา พลิกเห็นด้วยพุ่ง 59% เพื่อไทย แก้กฎหมายกลาโหม สกัดรปห. แซงวันเดียวเท่าตัว สวนจุดยืนพรรคร่วมรบ.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ที่เสนอโดย นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคณะ ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปิดรับฟังตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยผลเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 73.42% ขณะที่เห็นด้วยมี 26.58% นั้น

ล่าสุด เวลา 17.30 น.วันนี้ (10 ธันวาคม) ภายหลังพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ผลปรากฏว่า คะแนนฝั่งผู้เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกลับขึ้นมามีคะแนนนำอยู่ที่ 59.71% ขณะที่ฝั่งผู้ไม่เห็นด้วย มีคะแนนร่วงลงไปอยู่ที่ 40.29% จากผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้วถึง 6,429 คน และจะรับฟังต่อไปจนครบกำหนดในวันที่ 1 มกราคม 2568

สำหรับหลักการ และเหตุผลของการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวระบุว่า ให้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้น เพราะมองว่าการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 แม้จะมีการแต่งตั้งกรรมการที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นกรรมการ แต่การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลมีการวางตัวบุคคลที่เป็นพวกพ้องของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้สืบสายเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพต่อไป ซึ่งทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับนายทหารที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่ใช่พวกพ้องของผู้บัญชาการเหล่าทัพ

Advertisement

ข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมยังระบุอีกว่า คนที่ไม่ใช่พวกพ้องเสียโอกาสได้ก้าวหน้าในชีวิตราชการทหารและทำให้การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลขาดความโปร่งใส ดังนั้น จึงควรให้อำนาจ ครม.เป็นผู้พิจารณา อีกทั้งควรปรับองค์ประกอบของกรรมการให้เหมาะสม รวมถึงองค์ประกอบของสภากลาโหม ให้หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นสมาชิกสภากลาโหม ให้นายกฯเป็นประธานสภากลาโหมแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และตัดกองทัพออกจากสภากลาโหมบางส่วน ให้เหลือเพียง 1-2 คนก็เพียงพอ

ขณะที่ตัวร่าง พ.ร.บ.ฉบับแก้ไขนั้น ยังได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายทหารชั้นนายพล มาตรา 25 ที่จะได้รับการแตั้งตั้งเป็นอย่างน้อยด้วย คือ 1.ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพลหรือพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

2.ต้องไม่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม หรือประกอบธุรกิจหรือกิจการอันเกี่ยวข้องกับราชการกระทรวงกลาโหม

3.ไม่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนทางวินัยหรือถูกดำเนินคดีอาญา เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หมิ่นประมาท หรือลหุโทษ

นอกจากนั้นยังเพิ่มเติมการจัดระเบียบปฏิบัติราชการทหารในมาตรา 35 ซึ่งเดิมกำหนดหน้าที่ทหารเพื่อปราบปรามจลาจล พบว่าร่างแก้ไขได้เพิ่มข้อห้ามใช้กำลังทหารหรือข้าราชการทหาร ในกรณีของการยึดหรือควบคุมอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาลหรือเพื่อก่อการกบฏ รวมถึงขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ราชการส่วนราชการต่างๆ ห้ามใช้เพื่อธุรกิจหรือกิจการอันเป็นประโยชน์ส่วนตัวของผู้บังคับบัญชา และกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายอื่นๆ ทั้งนี้ ได้กำหนดด้วยว่า ข้าราชการทหารที่ได้รับคำสั่งให้ทำ ย่อมมีสิทธิไม่ปฏิบัติตาม และไม่ถือว่าผิดวินัยทหารหรือกฎหมายอาญาทหาร

รวมถึงยังเพิ่มบทลงโทษนายทหารที่ฝ่าฝืนหรือพบการเตรียมการผิดมาตรา 35 ด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ชั่วคราวตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดการสอบสวนโดยไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการพักราชการตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ในสาระสำคัญของมาตรา 35 ที่เสนอแก้ไขนั้น ย้ำความสำคัญคือ เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารได้ใช้อำนาจในทางที่ผิดและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข