หน้าแรก การเมือง อนุสรณ์ ชี้ก้...

อนุสรณ์ ชี้ก้าวแรกหยุด ‘นิติรัฐประหาร’ ต้องสถาปนา รธน.ประชาชน หลีกความเสี่ยงรัฐล้มเหลว

10.12.24 | 18:50 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม PBIC 205 วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ จัดเวทีเสวนาวิชาการ PRIDI Talks #28 x PBIC: “ยุตินิติรัฐประหาร รื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดการออกแบบรัฐธรรมนูญ รวมถึงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไปจนถึงติดตามตรวจสอบกระบวนการร่างฉบับใหม่ โดยศึกษาบทบาทขององค์กรอิสระ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และกระบวนการทำประชามติ เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน โดยบรรยากาศตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมงานและเลือกซื้อหนังสือ ตลอดจนสินค้าที่ระลึกจากบูธกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมาร่วมรณรงค์ให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ บูธของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เป็นต้น

ต่อมาเวลา 13.30 น. รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ กรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “ยุตินิติรัฐประหาร สถาปนารัฐธรรมนูญประชาชน: ทางรอดรัฐล้มเหลว”

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยของเรานั้น มีการรัฐประหารติดอันดับต้นๆ ของโลก และ ไม่มีหลักประกันใดๆ ในอนาคตว่าจะไม่มีรัฐประหารอีก สังคมไทยมีความเคยชินกับการรัฐประหาร จึงทำให้คนจำนวนไม่น้อยยอมรับ “รัฐประหาร” ในฐานะเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมือง ซึ่งในหลายกรณีวิกฤตการณ์ทางการเมืองทั้งหลายก็เป็นการสร้างสถานการณ์สร้างเงื่อนไขโดยคณะรัฐประหารเอง รัฐประหารจึงมีสภาพเป็ น“สถาบันการเมือง” อย่างหนึ่งในสังคมไทย เป็น วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของการเมืองไทย

“ผมคาดการณ์ว่า รัฐประหารในอนาคตของสังคมไทย จะมีนวัตกรรมใหม่ จะไม่เอารถถัง หรือ เอากองทัพมายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้ว แต่จะใช้ ‘กฎหมาย’ ใช้ ‘รัฐธรรมนูญ’ ที่คณะรัฐประหารร่างเอาไว้ในการยึดอำนาจ เป็น ‘นิติรัฐประหาร’

Advertisement

หากใช้วิธีเดิม รัฐประหารโดยใช้กองทัพหรือรถถังเหมือน 13 ครั้งในประเทศไทยหลังการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย 24 มิถุนายน 2475 การรัฐประหารในอนาคตอาจทำไม่สำเร็จ อาจมีแรงต่อต้านมาก หากสำเร็จก็จะเกิดการนองเลือดและเผชิญหน้ากันรุนแรง แย่ที่สุดอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองเหมือนประเทศเมียนมาได้

ส่วน ‘การทำนิติรัฐประหาร’ ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทันที ต้องสร้างเงื่อนไขให้สุกงอมก่อน โดยเฉพาะหากรัฐบาลจากการเลือกตั้ง มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน มีความผิดผลาดในการดำเนินนโยบายสร้างความเสียหายให้ประเทศ หากรัฐบาลไม่มีปัญหาเหล่านี้ การทำนิติรัฐประหาร จะไม่มีความชอบธรรม และไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม” รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า แต่หากรัฐบาลสร้างเงื่อนไขเสียเอง ก็จะทำให้ ‘นิติรัฐประหาร”’ มีความชอบธรรมขึ้นทันที และ อาจเป็นการยึดอำนาจที่ดูดีกว่า การยึดอำนาจโดยกองทัพโดยเปรียบเทียบอย่างไรก็ตาม ความจริง นิติรัฐประหาร ก็เป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยอยู่ดี นิติรัฐประหาร เป็น ส่วนหนึ่งของนิติสงครามในประเทศไทย เครือข่ายของฝ่ายอำนาจนิยมปรปักษ์ประชาธิปไตยก็รอจังหวะในการทำรัฐประหารอยู่ องค์กรภาคประชาสังคม และพรรคการเมืองจึงไม่ควรตกเป็นเหยื่อของขบวนการเคลื่อนไหวเหล่านี้ สภาวะแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศที่ กติกาสูงสุดไม่ได้ยึดหลักการประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นไปหลักนิติรัฐอย่างแท้จริง
แม้นประเทศที่สามารถสถาปนาสถาบันประชาธิปไตยให้เข้มแข็งอย่างเกาหลีใต้ ก็ยังเกิดผู้นำที่ลุแก่อำนาจประกาศกฎอัยการศึกอย่างไม่ชอบธรรม (เสมือนการทำรัฐประหารอำนาจของประชาชน)  โชคดีที่การผนึกกำลังกันของพรรคการเมืองและองค์กรประชาธิปไตยสามารถสกัดกั้นการฟื้นคืนชีพของระบอบอำนาจนิยมในเกาหลีใต้ได้ ความสำเร็จนี้น่าจะส่งพลังมายังขบวนการประชาธิปไตยในอาเซียนด้วย


“การเร่งรัดในการสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน และ การทำให้ค่านิยมประชาธิปไตยหยั่งรากลึกในสังคมไทย เป็น สิ่งที่จะป้องกัน การรัฐประหารทุกรูปแบบได้โดยเฉพาะ ‘นิติรัฐประหาร’ และ มีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย และ มีส่วนส่งเสริมให้ ‘ขบวนการประชาธิปไตย’ ในภูมิภาคเข้มแข็งขึ้นอีกด้วย”

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญที่มีที่มาจากประชาชนจะมีส่วนในการลดบทบาท “รัฐพันลึก” หรือ Deep State ลดการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนมีสิทธิในการเลือกผู้บริหารประเทศและสามารถเลือกตัวแทนตามเจตจำนงของตนเองอย่างแท้จริง รัฐบาลจะถูกจำกัดอำนาจโดยรัฐธรรมนูญของประชาชน และ รัฐธรรมนูญจะมีระบบ กลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลในการใช้อำนาจของรัฐไม่ให้ละเมิดต่อสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรมต่อประชาชนก้าวหน้ากว่านั้น

“เราก็คาดหวังว่า เราจะมีรัฐธรรมนูญที่ทำให้เกิดสังคมประชาธิปไตยพันลึก (Democratic Deep Society) คือ สังคมประชาธิปไตยที่มีการผนึกกำลังกันของเครือข่ายประชาธิปไตยสามารถตอบโต้ความท้าทายของฝ่ายปรปักษ์ประชาธิปไตยได้ในทุกรูปแบบ รวมทั้ง ระบอบอำนาจนิยมที่มาจากการเลือกตั้งที่ไม่เสรี สังคมประชาธิปไตยพันลึก จะทำให้ ศักดิ์ศรีและคุณภาพของประชาชนดีกว่าเดิม เศรษฐกิจที่เป็นธรรมกว่าเดิม สังคมที่สงบสุขสันติกว่าเดิม”

“การปฏิเสธรัฐประหารครั้งล่าสุดผ่านคูหาเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2566 ถือเป็นเพียงเบื้องแรกของการล่มสลายของสถาบันรัฐประหารในประเทศ ขั้นต่อไป ต้องสถาปนา ‘รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน’ ให้ได้ และ ต้องทำให้ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคหยั่งรากลึกในสังคมไทย ทำให้วัฒนธรรมประชาธิปไตย การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นวิถีชีวิตของผู้คน ทำให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งยึดหลักของเหตุผล หลักสันติวิธี ผ่านการโหวต ผ่านการแสดงประชามติโดยเคารพเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างน้อยต้องมีพื้นที่ในสังคมที่สามารถดำรงอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างได้ ทำได้เช่นนี้ เราจึงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการเป็น “รัฐล้มเหลว” ในอนาคตได้”  

รศ.ดร.อนุสรณ์ชี้ว่า รัฐธรรมนูญของประชาชนและประชาธิปไตยมีความสัมพันธ์ในทางบวกต่อกัน ส่งเสริมพัฒนาการของเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democracy) และ สามารถปรับเปลี่ยนให้ ประชาธิปไตยไม่เสรี(illiberal Democracy) ให้ดีขึ้นได้ รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยจะผนึกรวมประชาชนผู้ด้อยโอกาสและประชาชนฐานรากชายขอบเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือหรือระบบสวัสดิการโดยรัฐ ทำให้ “เสียง” ของกลุ่มคนที่ชนชั้นนำไม่ได้ใส่ใจและนำประเด็นปัญหาต่างๆ ของประชาชนเสียงข้างมากผู้เงียบเฉยสู่ความสนใจของสาธารณชน “รัฐธรรมนูญที่ดี” สามารถขับเคลื่อนและบูรณาการ “กลุ่มคน” หรือ “ภาคส่วน” ที่ถูกทอดทิ้งให้เข้ามาอยู่ในระบบการเมือง และนำเสนอนโยบายที่กลุ่มคนเหล่านี้พึงพอใจและได้ประโยชน์  “รัฐธรรมนูญประชาชน” สามารถสร้างความเชื่อมโยงทางด้าน “แนวคิด” และ “อุดมการณ์” สร้างพันธมิตรและแนวร่วมทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญต่อพลวัตของระบบพรรคการเมืองและการเป็นตัวแทนทางการเมือง“รัฐธรรมนูญประชาชน” สร้างความรับผิดชอบทางประชาธิปไตย(Democratic Accountability)

 “รัฐธรรมนูญที่ดี” สามารถนำมิติความขัดแย้งทางการเมือง (Conflictive Dimension of Politics) สู่การถกเถียงในที่สาธารณะด้วยเหตุด้วยผล สามารถแสดงความเห็นได้อย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องหวั่นเกรงต่อความปลอดภัย ทำให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะทำให้เปลี่ยนแปลงรัฐบาล การเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ(Peaceful Transition) เกิดขึ้นได้ รัฐบาลที่โกงกินหรือไร้ความสามารถก็จะออกจากอำนาจไปด้วยกระบวนการประชาธิปไตยโดยไม่ต้องใช้การรัฐประหาร การรัฐประหารที่ทำให้บ้านเมืองถอยหลัง และสร้างความเสียหายเหมือนที่ผ่านมา การเลือกตั้งไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าประชาธิปไตยมีความมั่นคงแล้ว  ในกรณีของไทย มีการเลือกตั้งแล้วรัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนยังไม่มีอำนาจอย่างชัดเจน และถูกให้ออกจากตำแหน่งโดยอำนาจขององค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งองค์กรอิสระเหล่านี้มักมาจากแต่งตั้งของอำนาจคณะรัฐประหาร

ในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการรัฐประหารถึงสองครั้ง และยังมีกลุ่มการเมืองที่พยายามโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลายครั้งจากความผิดพลาดในการบริหารประเทศ การทุจริตคอร์รัปชันหรือกล่าวหาว่านโยบายของรัฐบาลสร้างความเสียหายต่อประเทศ ประเทศไทยไม่ได้สร้างวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองให้ Democracy is the only game in town อันเป็นกรณีที่สังคมและประชาชนทั้งหมดเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะต้องเกิดขึ้นในบริบทหรือในวิถีของประชาธิปไตย ซึ่ง รวมถึงกลุ่มการเมืองในการแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศ

“ต้องยึดถือวิถีทางประชาธิปไตยและระบอบการปกครองโดยกฎหมายที่ยึดหลักนิติรัฐนิติธรรมเท่านั้น พัฒนาการทางการเมืองที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคงนั้น จะต้องไม่มีพฤติกรรมของกลุ่มบุคคล กลุ่มการเมือง

โดยเฉพาะกลุ่มผลประโยชน์ในกองทัพพยายามจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยหรือหลักนิติธรรม (Rule of Law) รัฐธรรมนูญของประชาชน จึงเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาการเมืองเชิงโครงสร้างเหล่านี้ และ ช่วยให้ “ไทย” รอดพ้นจากการเป็นรัฐล้มเหลวในอนาคต” รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
จากนั้น เข้าสู่ช่วงเสวนา “ยุตินิติรัฐประหาร รื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นโดย นางจีรนุช เปรมชัยพร ที่ปรึกษาเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ, นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดำเนินรายการโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw