พิชัย ลุยแก้หนี้เฟส 2 อัด 1 ล้านล. ช่วยชนบทเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ธปท.เปิด “คุณสู้ เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว”
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบักทึกข้อตกลงความร่วมมือและหนังสือแสดงเจตนารมณ์และเปิดตัวโครงการ “คุณสู้ เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว” ว่า มาตรการแก้ไขหนี้ รัฐบาลมีโจทย์ที่ช่วยเหลือเป็นเฟส 2 เติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่มั่นใจว่าจะเพิ่มขึ้น จากภาคเศรษฐกิจหลายตัว เช่น การลงทุนในประเทศและต่างประเทศ เป็นจังหวะดีที่เราจะใส่เม็ดเงิน เข้าไป น่าจะเป็นเฟสที่ 2
ระยะต่อไปรัฐบาลจะพิจารณาเติมเงินเข้าไปช่วยผู้เข้าไม่ถึงสินเชื่อที่อยู่ในชนบทผ่านกลไกแบงก์รัฐ เกือบ 1 ล้านล้านบาท ส่วนธนาคารพาณิชย์ จะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางดำเนินนโยบายการให้สินเชื่อผ่อนปรน โดยจะมีการพิจารณาอีกครั้ง อย่างถี่ถ้วน
ขณะที่การช่วยเหลือจากสมาคมธนาคาร คลังและสถาบันการเงินอื่น ใช้เม็ดเงินในการช่วย เมื่อช่วงเช้า ครม.ได้ผ่านวาระ FIDF ขอลดลงแค่ครึ่งเดียว โดยมีหลักการช่วยประมาณ 3 ปี แต่อย่างไรก็ตามจะทดลองทำเป็นปีๆไป ในส่วนของกระทรวงการคลังวงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 1 ปี ไม่เกิน 3.9 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้จะมีส่วนที่สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือในสัดส่วนใกล้เคียงกัน หรือเท่ากัน หรือเงินช่วยเหลือถึงปีละ 7.8 พันล้านบาท รวม 3 ปี 2 แสนกว่าล้าน
ในส่วนโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการ SMEs กรณีมีมูลหนี้วงเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายนั้น เงื่อนไขกำหนดให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ 10% ของวงเงิน ส่วนที่เหลือจะยกหนี้ให้พบว่ามีจำนวนไม่เยอะ ประชาชนจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าโครงการ
“ดังนั้นเมื่อโครงการดำเนินเสร็จสิ้นไปแล้ว เศรษฐกิจดีขึ้น เราจะเห็นเงินต้นลดลง จะเห็นเอ็นพีแอลในระบบลดลง 10% กว่าๆ จากปัจจุบันอยู่ 16 ล้านล้านบาท โดยเป็นหนี้เอ็นพีแอลกว่า 1 ล้านล้านบาท แต่ธนาคารพาณิชย์อาจต้องรอ 12 เดือนบวกลบ จะเห็นยอดเอ็นพีแอลลดลง ยอมรับว่าอยากเห็นยอดเอ็นพีแอลต่ำกว่า 80%” นายพิชัยกล่าว
ส่วน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศมานาน เป็นภารกิจหลักของธปท.ที่พยายามผลักดันต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ออกมาตรการแบบปูพรม หลังจากนั้นเมื่อเห็นเหตุการณ์ยืดเยื้อ ไม่เท่าเทียมมีการปรับมาตรการให้ตรงจุดมากขึ้น ผ่านมาตรการฟื้นฟูและโครงการพักทรัพย์พักหนี้ รวมวงเงินกว่า 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งมีการเบิกใช้วงเงินไป 99.4% และหลังจากนั้นปรับมาตรการระยะยาวผ่านมาตรการฟ้า-ส้ม และเมื่อต้นปี 2567 ออกมาตรการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เน้นการช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ ช่วง 9 เดือนแรกปรับโครงสร้างแล้ว 6 ล้านบัญชี มูลหนี้ 2 ล้านล้านบาท
ล่าสุด โครงการ “คุณสู้ เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว” ผ่าน 2 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” มีวัตถุประสงค์หลักช่วยเหลือลูกหนี้ที่วงเงินไม่สูงมาก ให้รักษาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันทั้งบ้าน รถ และสถานประกอบการไว้ได้ จะช่วยบรรเทาภาระหนี้ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ค่างวดที่ลดลงจะทำให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเหลือสำหรับดำรงชีพเพิ่มเติม ขณะที่ดอกเบี้ยได้รับยกเว้นจะช่วยให้ภาระหนี้โดยรวมของลูกหนี้ลดลง
มาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ” ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (สถานะ NPL) แต่ยอดคงค้างหนี้ไม่สูง (ไม่เกิน 5,000 บาท) ลูกหนี้จะต้องเข้ามาเจรจาโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อชำระหนี้บางส่วน ซึ่งมาตรการ “จ่าย ปิด จบ”นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสียและยอดหนี้ไม่สูง เปลี่ยนสถานะการเป็นหนี้ จาก “หนี้เสีย” เป็น“ปิดจบหนี้” และเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว” จะแตกต่างจากมาตรการอื่นๆ ที่ผ่านมา จุดสำคัญ คือ เน้นการปรับโครงสร้างหนี้ ตัดเงินต้นในระยะ 3 ปี และการชำระเงินแบบ Co Payment ภาครัฐช่วยลดเงินสมทบเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) และเงินสมทบจากธนาคารส่วนหนึ่ง จะเน้นกลุ่มลูกค้าเปราะบางและต้องการความช่วยเหลือรวม 1.9 ล้านราย วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท

