“โรม”กัดไม่ปล่อย ตามขยี้ “กฟภ.แม่สาย” ขายไฟให้ “ว้าแดง” ผลิตยาเสพติด จับพิรุธใช้บัญชีม้าเครือข่ายยาเสพติดจ่ายค่าไฟฟ้าให้ไทย เปิดข้อมูลใหม่ คู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ารายใหม่ส่อเป็นนอมินี “ทุน มิน ลัต” จี้ “มท.1” ยกเลิกสัญญาขายไฟให้เมียนมา ตัดวงจรผลิตยาบ้า
เมื่อเวลา 12.12 น.วันที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 เป็นนัดแรก ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามทั่วไปเรื่องกรณีการส่งไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ชี้แจงแทน
นายรังสิมันต์ อภิปรายว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อ.แม่สาย เป็นคู่สัญญาขายไฟฟ้าแก่บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป ที่รับสัมปทานไฟฟ้าจากรัฐบาลเมียนมา ไฟฟ้าบางส่วนถูกขายต่อให้บริษัทหงปัง ที่เป็นเครือข่ายกลุ่มว้าแดง ไปใช้ผลิตยาเสพติด โดยบริษัทอัลลัวร์ จ่ายเงินค่าไฟฟ้าแก่กฟภ.แม่สาย ผ่านบัญชีม้า 250 บัญชี บางบัญชีพบว่า มีความเชื่อมโยงกับกระบวนการค้ายาเสพติด กลุ่มว้าแดง เป็นไปได้มากว่า ยาบ้าที่มีมากขึ้นในประเทศไทยมาจากการใช้ไฟฟ้าที่กฟภ.แม่สาย ขายให้กลุ่มว้าแดง นำไปผลิตยาบ้าแล้วนำกลับมาขายในประเทศไทย
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้กระทรวงมหาดไทย ในส่วนของกฟภ.และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ระงับส่งสาธารณูปโภคข้ามแดน แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ในการขอเสนอให้ยกเลิกสัญญาขายไฟฟ้า ระหว่างกฟภ.แม่สายกับบริษัท อัลลัวร์ สามารถทำได้ทันที เพื่อตัดโครงสร้างเรื่องการผลิตไฟฟ้า ไม่ให้ถูกนำไปใช้ผลิตยาเสพติดของกลุ่มว้าแดง
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ล่าสุดทราบว่า จะมีการตั้งบริษัทรายใหม่มาเป็นคู่สัญญาใหม่ซื้อขายไฟฟ้ากับกฟภ.แม่สาย แทนบริษัท อัลลัวร์ฯ แต่บริษัทใหม่พบว่า มีทุนจดทะเบียนแค่ 2.5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้น 2 คนคือ คนแรกเป็นชาวเมียนมา ถือหุ้น49% อีกคนเป็นคนไทยชื่อ น.ส.พิมพ์ อายุ 27ปี ถือหุ้น 51% น่าแปลกที่คู่สัญญาใหม่ที่ต้องดีลทั้งรัฐบาลเมียนมา ว้าแดง กฟภ.แม่สาย เป็นแค่ผู้หญิงอายุ 27ปี ที่ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับการขายไฟฟ้า จบแค่นิติศาสตร์ แต่เป็นทนายความให้ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินรายหนึ่ง ที่ตั้งบริษัทคู่สัญญาใหม่นี้ เป็นที่เดียวกับสำนักงานทนายความที่ว่าคดีให้นายทุนมินลัต
“เป็นไปได้ว่าบริษัทคู่สัญญาใหม่ อาจเป็นนอมินีที่ซื้อไฟจากประเทศไทย ไปขายต่อให้กลุ่มว้าแดงหรือไม่ ผมยินดีร่วมมือเพื่อทลายขบวนการผลิตยาเสพติด ซึ่งสิ่งที่จะทำได้ทันทีคือ การงดจ่ายไฟ แต่ไม่รู้ว่ากฟภ.แม่สาย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาด้วยหรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลนำข้อมูลไปตรวจสอบด้วย”นายรังสิมันต์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า สาเหตุที่มีการจ่ายเงินค่าไฟแก่ กฟภ.แม่สาย ผ่านบัญชี แทนการจ่ายเช็คเนื่องจากสถานการณ์โควิดมีการปิดด่าน จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน กรณีดังกล่าว กฟภ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบบัญชีการซื้อขายไฟฟ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ที่ยังไม่สามารถยุติการจ่ายไฟให้กับบริษัท อัลลัวร์ได้ เพราะที่ผ่านมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า บริษัทอัลลัวร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และบริษัทก็ไม่เคยผิดนัดการจ่ายค่าไฟแก่กฟภ.แม่สาย
“การจะพิจารณาหยุดจ่ายไฟ เพื่อปิดสวิตซ์ค้ายา หรือยกเลิกสัญญา ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนในส่วนของความมั่นคง เพื่อไม่ให้เกิดการสร้างปัญหาใหม่ ยืนยันทุกภาคส่วนทำงานเต็มที่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทุกหน่วยงานมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือดูแลประชาชน”น.ส.ธีรรัตน์ กล่าว

