ทักษิณ ย้อนบรรยากาศรถไฟไทย เปลี่ยนแค่ทาสี ถามหาผู้กอง ไม่มาร่วมสัมมนา
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่สถานีรถไฟบางบำหรุ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงสถานีรถไฟบางบำหรุ เพื่อขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ 913 หัวลำโพง-สวนสนประดิพัทธ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดูแลรักษาความปลอดภัย เมื่อนายทักษิณเดินทางถึงสถานี มีประชาชนที่มารอใช้บริการและแฟนคลับมารอรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมแสดงความดีใจที่ได้เจอนายทักษิณ ด้วยการเข้าไปกอด ขณะที่นายทักษิณก็ทักทายแบบเป็นกันเอง
นายทักษิณกล่าวระหว่างรอรถไฟกับสื่อมวลชนว่า ไม่ได้นั่งรถไฟมานานมากแล้วตั้งแต่ปี 2549 เกือบ 20 ปี นั่งครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2548 ไปหาเสียงที่ภาคอีสานด้วยขบวนรถไฟหมายเลข 9 ไป จ.อุบลราชธานี และประชุมบนรถไฟ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้นายทักษิณได้หันมาแซวสื่อมวลชนที่เคยทำข่าวในอดีตว่าสื่อยังไม่แก่ ขณะที่ตนแก่และโทรม และยังระบุว่าการเดินทางด้วยรถไฟไปหัวหินในวันนี้เป็นครั้งแรกหลังเดินทางกลับจากประเทศไทย และการไปครั้งนี้บ้านพักตากอากาศปลาโลมาที่หัวหิน ก็ยังอยู่ ซึ่งสมัยก่อนนักการเมืองที่ไปหัวหิน มักจะไปแวะที่บ้าน ส่วนบ้านที่บ้านจันทร์ส่องหล้า 3 หลังที่ไว้รองรับนักข่าวก็ยังอยู่ แต่ปิดไปแล้ว เพราะอยากให้สื่อมวลชนไปติดตามทำข่าวนายกฯมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาขึ้นรถไฟครั้งนี้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง นายทักษิณกล่าวว่า เห็นแค่ทาสีใหม่ แต่รถไฟยังไม่สามารถใช้ความเร็วได้เนื่องจากสองข้างทางมีชุมชนอยู่ ในอนาคตต้องมีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นตึกสอดคล้องกับโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายไป
เมื่อถามว่าจะมีคำแนะนำอะไรนายกฯหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ดีเอ็นเอเดียวกันอยู่แล้ว พร้อมผู้ติดตลกว่าหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ปี 2544 กับหัวหน้าพรรคเพื่อไทยปี 2567 เป็นคนเดียวกัน เพียงแต่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยผมยาวกว่า
จากนั้นนายทักษิณได้เดินทางไปขึ้นรถไฟโดยมี น.ส.แพทองธาร และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ รอต้อนรับ โดยนายทักษิณได้สวมกอดกับ น.ส.แพทองธาร ก่อนเดินทักทายรัฐมนตรี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่นายทักษิณได้เดินทักทาย ส.ส. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายทักษิณว่านั่งรถไฟครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ นายทักษิณกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2548 หลังจากนั้นก็ไม่ได้นั่งเลย ไปนั่งอีกทีที่ญี่ปุ่น จีน เมื่อก่อนตนขึ้นรถไฟบ่อยตอนเรียนเตรียมทหาร เพราะค่าเครื่องบินแพง รถไฟสมัยก่อนที่เป็นตู้นอน มีสองชั้น ตู้นอนอยู่ที่ 150 บาท แต่เครื่องบินอยู่ที่ 900 บาท
เมื่อถามว่ารถไฟไทยจะต้องพัฒนาไปได้อีกไกลหรือไม่ นายทักษิณร้องโอ้ ก่อนกล่าวว่า ไม่มีตังค์ เพราะผู้โดยสารใช้รถเพียงวันละประมาณ 80,000 คน มันน้อยไป ก็เหมือนไก่กับไข่ เพราะที่การรถไฟไม่พัฒนาเพราะผู้โดยสารน้อย ผู้โดยสารก็ไม่ขึ้นเพราะรถไฟยังไม่พัฒนา และแน่นอนว่าต้องพัฒนาเพราะระบบรางมันดีที่สุด แต่ต้องทำให้ราคาถูกลงและตรงเวลา มีความถี่ในการให้บริการ รวมถึงต้องปลอดภัย เมื่อถามว่านั่งรถไฟเจอกับ ส.ส.วันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง สดชื่นขึ้นหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า นานๆ มาเจอ น้องๆ ทั้งหลายก็รู้สึกคิดถึงวัน Good Old Days (วันเวลาดีๆ ในอดีต) ก็มีหลายคนที่อยู่ในยุคบ้านเชียง ไทยรักไทยสมัยก่อน เห็นหน้าตาแล้วก็โบราณเหมือนตน
ระหว่างนั้นมีสมาชิกของพรรคได้ถามนายทักษิณว่าท่านเคยนั่งรถไฟไปหาเสียงหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า เคยนั่งในปี 2548 สนุกมากตอนนั้น เมื่อถามว่ามานั่งรถไฟไปสัมมนากันครั้งนี้ เปรียบเหมือนการร่วมขบวนทำงานไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ความหมายง่ายนิดเดียว อยากอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่นในระยะเวลาที่เราพบปะกัน 3 ชั่วโมง อยู่ใกล้กัน เราไม่อยากให้ใครพลาดขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ แต่ไม่ใช่ Last train to london
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนหนึ่งแนะนำว่ามาจาก จ.พะเยา นายทักษิณจึงแซวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไม่มาด้วยหรือ

