หน้าแรก การเมือง ทวี ลงพื้นที่...

ทวี ลงพื้นที่ลาดกระบัง ตรวจเยี่ยมติดตามการป้องกันแก้ปัญหาเด็ก-เยาวชนกลุ่มเสี่ยงยาเสพติด

13.12.24 | 22:02 น.

‘ทวี’ ลงพื้นที่ลาดกระบัง ตรวจเยี่ยมติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด บูรณาการกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร แก้ปัญหาเด็ก-เยาวชนกลุ่มเสี่ยงยาเสพติด


เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและสารเสพติด ชุมชนโรงเรียนวัดปากบึง เคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ของกรุงเทพมหานคร และการให้ความช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้ออกจากระบบการศึกษา โดยบูรณาการความช่วยเหลือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งให้ทุนประกอบอาชีพแก่ครอบครัวที่ประสบปัญหาด้านรายได้ ซึ่งโรงเรียนวัดปากบึง สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เป็นต้นแบบการดำเนินงาน ZERO DROP OUT ด้วย โดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นำโดย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, แพทย์หญิงภาวิณี รุ่งทนต์กิจ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย, นายแพทย์ธนัช พจน์พิศุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด กรุงเทพมหานคร หรือ ป.ป.ส.กทม. , นายธราพงษ์ เพชรคง ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง และ นายแสวง จันทพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง ฯลฯ ร่วมให้การต้อนรับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ผลิตยาเสพติดแต่เป็นประเทศที่เป็นทางผ่านลำเลียงยาเสพติด สำหรับยาเสพติดนั้นเราได้ตรวจดูทั้งส่วนผสม จนถึงการบรรจุหีบห่อ ซึ่งตอนนี้ยังยืนยันว่าไม่พบโรงงานที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดผลิตจากต่างประเทศ ที่เราได้รับผลกระทบส่วนใหญ่นั้นมาจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ดังนั้น ยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้าชายแดนผ่านไปประเทศที่สาม ซึ่งในที่นี้รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าด้วย ล่าสุดเรามีปริมาณการจับกุมยาเสพติดเยอะขึ้น โดยในปี 2567 มีการจับกุมยาเสพติดได้รวมกว่าหนึ่งพันล้านเม็ด ที่น่าห่วงใย 2 เรื่อง แบ่งเป็น เรื่องความต้องการขาย หรือซัพพลาย ที่พวกเราช่วยกันสกัดกั้น และความต้องการซื้อ หรือดีมานด์ จะฝากให้พวกเราช่วยกันทำอย่างไรให้คนปฏิเสธยาเสพติด

Advertisement

“การแก้ปัญหายาเสพติดในประเทศ ส่วนแรก คือพื้นที่เขตลาดกระบังเป็นพื้นที่พักยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลเรากำลังมีนโยบายที่สำคัญ คือ เราต้องปราบปรามนักค้าและแหล่งพักยา ยาเสพติดเข้ามา 2 ภาค แบ่งเป็นเข้าทางภาคเหนือ ประมาณร้อยละ 70 และภาคอีสาน ประมาณร้อยละ 30 ซึ่งกรุงเทพมหานคร จะเป็นแหล่งพักยาแล้วยังเป็นแหล่งเสพยาเสพติดด้วย”

“เราต้องช่วยกันป้องกันยาเสพติด ยาเสพติดนั้นไม่กลัวทหาร ยาเสพติดนั้นไม่กลัวตำรวจ ยาเสพติดนั้นไม่กลัวกฎหมาย แต่ยาเสพติดกลัวแม่ ยาเสพติดกลัวความรักที่แม่รักลูก การแก้ปัญหานี้อยู่ที่ครอบครัวและชุมชนเป็นหลัก เราต้องทำให้ชัยชนะอยู่ที่ครอบครัวและอยู่ที่ชุมชนให้ได้”

“วันนี้คนที่ก้าวพลาดไปติดยาเสพติด เราจะใช้การฟื้นฟูสภาพทางสังคม ต้องไปบำบัดรักษาฟื้นฟูสภาพทางสังคม เราต้องทำให้เขามีการศึกษา เราต้องทำให้เขามีอาชีพ ต้องทำให้เขามีที่อยู่อาศัย ฯลฯ ผมหวังผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จะร่วมกันทำให้ได้” พันตำรวจเอก ทวี กล่าว

ทางด้าน รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า เรื่องยาเสพติดโดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง กทม. ทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สำหรับในสถานศึกษาในช่วงหลังมีข้อกังวลในเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดพฤติกรรมที่จะนำไปสู่สิ่งเสพติดอื่น ๆ ต่อในอนาคตได้ ตัวเลขในการคัดกรองในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉลี่ยมีกลุ่มเสี่ยงประมาณ 4% และเราไม่ต้องการให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาตามนโยบาย ZERO DROPOUT ของรัฐบาล ดังนั้นการดำเนินงานทั้งหมดในโรงเรียนจึงมุ่งหวังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและนโยบายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อทำให้งานด้านนี้เป็นไปด้วยดีมากขึ้น

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร มีนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหายาและสารเสพติดในโรงเรียน ชุมชนและสถานประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญในการป้องกันในเด็กและเยาวชน ซึ่งให้ความคุ้มครองเด็กในการสอดส่องดูแล แก้ไขพฤติกรรม และการช่วยเหลือด้านการศึกษา เพื่อป้องกันนักเรียนออกจากระบบการศึกษา โดยสำนักอนามัยดำเนินการร่วมกับโรงเรียนวัดปากบึง สำนักงานเขตลาดกระบัง ศูนย์บริการสาธารณสุข 45 ร่มเกล้า ลาดกระบัง ศูนย์บริการสาธารณสุข 43 มีนบุรี สถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร และศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ 1600 ติดตามพฤติกรรมของนักเรียนที่มีความเสี่ยง และนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดและสารเสพติด รวมทั้งกลุ่มเปราะบางในด้านอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยทำการประเมินภูมิคุ้มกันยาและสารเสพติด ตรวจวัดระดับนิโคตินและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดโดยความยินยอมของผู้ปกครอง และให้ความดูแลช่วยเหลือ ส่งต่อเข้ารับการบำบัด ติดตามเยี่ยมบ้านร่วมกับทีมสหวิชาชีพ รวมทั้งแก้ไขปัญหาพื้นที่จุดเสี่ยง แหล่งมั่วสุมบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา เพื่อให้นักเรียนสามารถสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และมีความปลอดภัยต่อการดำเนินชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบนโยบายในการดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ให้เป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังและมีความต่อเนื่อง เกิดผลการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 14.30 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและผู้บริหารกรุงเทพมหานครลงพื้นที่ ชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน 1 เขตลาดกระบัง เพื่อเยี่ยมบ้านนักเรียนที่อยู่ในการดูแลช่วยเหลือ ตรวจเยี่ยมชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน 1 รับฟังปัญหาที่ต้องการให้ช่วยเหลือ โดยตัวแทนชุมชน แจ้งปัญหาสำคัญคือ 1.ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่แพร่ระบาดไปในนักเรียน โรงเรียน เยาวชนที่ทวีความรุนแรง 2.ปัญหากระท่อมที่นำไปต้มน้ำกระท่อมเกิดเสพติดรุนแรง 3.ปัญหากัญชาที่ยังไม่มีมาตรการควบคุมพบผู้ต้องบำบัดเสพติดกันชาจำนวนมาก 4.ต้องการให้ดูแลกลุ่มเปราะบาง คนไร้บ้าน เด็กกำพร้าที่ยังมีอยู่ในชุมชน 5.ปัญหายุ่งลายที่เกิดจากน้ำขัง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ขอให้ท่านรองผู้ว่าฯ กทม. อำนวยการแก้ปัญหา และมอบสำนักงาน ป.ป.ส. ผอ.เขตลาดกระบัง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 พร้อมตำรวจในพื้นที่ หน่วยการกระทรวงยุติธรรม ผู้นำชุมชน และที่ปรึกษาชุมชนช่วยการกำหนดยุทธศาสตร์ การป้องกันและแนวทางการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน ร่วมถึงปัญหากระท่อมและกัญชาที่ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ผลักดันการแก้กฎหมายและมาตรการคุมเข้มโดยด่วน ก่อนเดินทางกลับกระทรวงยุติธรรมในช่วงค่ำ