หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : ผลงานที่ไม่ได้แถลง

17.12.24 | 12:31 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : ผลงานที่ไม่ได้แถลง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำทีม ครม.แถลงผลงาน 90 วัน และประกาศแนวทางการทำงานของรัฐบาลในปี 2568

สรุปว่า จะดำเนินการโครงการบ้านเพื่อคนไทย หาที่ดินและสร้างบ้าน แล้วเปิดให้ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี แล้วให้อยู่ต่อจนถึง 99 ปี เตรียมเปิดจอง 20 มกราคม 2568 เบื้องต้นจะดำเนินการ 1,000 ยูนิต

จะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินหมื่น เฟส 2 และเฟส 3โดยเฟส 2 มุ่งที่ผู้สูงวัย ส่วนเฟส 3 บุคคลทั่วไปที่อยู่ในเกณฑ์

ดำเนินการแก้ปัญหาหนี้เสียให้กลุ่มเปราะบาง ที่เป็นหนี้รถ และหนี้บ้าน โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย

Advertisement

จะฟื้นโครงการ 1 ทุน 1 อำเภอ ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้รับทุนเรียนจนจบปริญญา จะเปิดซัมเมอร์แคมป์ ส่งนักเรียนไปเรียนต่างประเทศระยะสั้นๆ

ส่วนคนกรุงเทพฯและปริมณฑล ตระเตรียมเดินทางด้วยรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในปีหน้า

คำประกาศของนายกฯอิ๊งค์ และรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ทำให้ผลงาน 90 วันหมองลงไป เพราะทุกคนเกิดความหวังใหม่ที่เชื่อว่าจะได้สัมผัสในปี 2568

เป็นการเปิดเกมใหม่ แล้วปล่อยให้คนที่ยังติดกับเกมเดิมตามไม่ทัน

แนวทางนี้เป็นแนวทางที่พรรคไทยรักไทยเคยใช้ และประสบความสำเร็จมาก่อน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้และรัฐบาลชุดเศรษฐา ทวีสิน ได้สร้างผลงานที่ไม่ได้แถลงขึ้นมาปรากฏแก่ประเทศไทย

เป็นผลงานที่หลายคนสัมผัสได้ อีกหลายคนอาจจะยังไม่รู้สึกตัว

นั่นคือปลุกให้คนในประเทศคึกคักไปกับการพัฒนาชาติ

นายกฯเศรษฐา ทวีสิน แสดงให้เห็นถึงความขยันทำงาน แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เดินทางไปต่างประเทศ ประชาสัมพันธ์ให้โลกทราบว่า ไทยพ้นจากระบบรัฐประหาร และพร้อมจะก้าวไปพร้อมนานาชาติ

พร้อมกันนั้นพยายามดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ท่ามกลางกระแสเย้ยหยันเรื่อง เซลส์แมนประเทศไทย

ตามมาด้วยรัฐบาลนายกฯแพทองธาร ที่คิกออฟโครงการต่างๆ ดังที่ได้ประกาศไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

การขับเคลื่อนของรัฐบาลทำให้ราชการต้องติดตาม ท่ามกลางเอกชนที่ต้องสดับฟัง เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าให้สอดคล้อง

ข่าวคราวการดึงต่างชาติมาลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่เกิดขึ้นบ่อยขึ้น การลงไปดูแลบอร์ดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ เริ่มเข้ามาเป็นเทรนด์ในประเทศ

การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูประบบภาษี โดยมุ่งเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนา เริ่มได้ยินจากรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ

รวมไปถึงปัญหาสังคม ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด ขบวนการต้มตุ๋นหลอกเงิน และอื่นๆ

บรรยากาศทั้งหมดทำให้เกิดความรู้สึกคึกคัก

ความคึกคักเกิดขึ้นช่วยทำให้สังคมคลายอาการเซื่องซึม เพราะสังคมเริ่มมีความหวัง

แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังติดอยู่ในกับดักรัฐธรรมนูญ 2560 แต่รัฐบาลหลังจากการเลือกตั้งปี 2562 ก็สามารถสร้างความคึกคักให้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดได้

นี่ถือเป็นผลงาน

ผลงานที่ยืนยันว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งดีกว่ารัฐบาลจากการรัฐประหาร

ยืนยันว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งเอาใจใส่ประชาชนมากกว่า

แล้วคอยดูต่อไปว่า รัฐบาลจากการเลือกตั้งจะนำพาให้ประเทศพัฒนาไปได้แค่ไหน

หรือจะพัฒนาไปได้ไม่เท่าไหร่ แล้วก็ต้องหยุด เพราะการรัฐประหารเหมือนกับหลายครั้งที่ผ่านมา

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]