‘อันวาร์’ ตั้ง ‘ทักษิณ’ กุนซือ ปธ.อาเซียนปีหน้า ไทยพร้อมจัด 2 เวทีใหญ่ถกปมร้อนเมียนมา

17.12.24 | 06:48 น.

‘อันวาร์’ ตั้ง ‘ทักษิณ’ กุนซือ ปธ.อาเซียนปีหน้า ไทยพร้อมจัด 2 เวทีใหญ่ถกปมร้อนเมียนมา

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ที่ทำเนียบรัฐบาลมาเลเซีย เมืองปูตราจายา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีต้อนรับในการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ จากนั้นเข้าร่วมหารือแบบกลุ่มเล็ก กับดะโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และเข้าร่วมประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรี (Annual Consultation) ครั้งที่ 7 ที่ห้อง Bilik Mesyuarat Perdana สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

ต่อมา น.ส.แพทองธาร และนายกฯ มาเลเซียร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับมาเลเซีย จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกข้อตกลงระหว่าง Malaysian RubberBoard (MRB) กับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรม

น.ส.แพทองธารแถลงร่วมกับนายกฯ มาเลเซีย ถึงผลการประชุมว่า ไทยเน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะรักษาพลวัตความสัมพันธ์เพื่อสันติสุข และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของมาเลเซีย ในปี 2025 ทั้งนี้ 2 ฝ่ายเห็นพ้องความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการค้าและการลงทุนการเชื่อมโยงชายแดน เศรษฐกิจดิจิทัล และการท่องเที่ยว รวมถึง ส่งเสริมศักยภาพความร่วมมือในอุตสาหกรรมยา งและฮาลาล ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้ ไทย และมาเลเซียจะเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายการค้า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2027 ด้วย

ต่อมาเวลา 16.35 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์กรณีที่สื่อมาเลเซียรายงานว่านายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่งตั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวประธานอาเซียน ในกรณีที่นายกฯ มาเลเซียจะเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2568 ว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม ให้เกียรตินายทักษิณ เป็นที่ปรึกษาของประธานอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เพราะมีกลุ่มผู้นำทั้งอดีต และปัจจุบันที่สนิทอยู่ และพูดคุยปรึกษากันระหว่างประเทศ รวมถึง เรื่องภายในประเทศตัวเอง ถือเป็นการช่วยทุกประเทศในอาเซียนให้เกิดการรวมพลังสมอง น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในกลุ่มอาเซียน

Advertisement

เมื่อถามว่า การที่นายทักษิณไปมีบทบาทตรงนี้ จะพัฒนาภูมิภาคอย่างไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต้องได้แน่นอน เพราะนายทักษิณเคยเป็นนายกฯ มา 6 ปี และสนิทกับนายอันวาร์ อิบราฮิม ตั้งแต่ตอนนั้น มีการพูดคุยอัพเดตต่อเนื่องเรื่องเศรษฐกิจมาโดยตลอด และมาเลเซียเป็นเพื่อนบ้านของไทยก็ช่วยสนับสนุนกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์เสร็จ น.ส.แพทองธารหันมาตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาล โดย น.ส.แพทองธารได้หันไปถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “ยังแน่นแฟ้นไหม” ทำให้นายอนุทินที่เดินตามหลังนายกฯ หัวเราะและตอบว่า “แน่นแฟ้น” ก่อนที่นายกฯ จะผายมือหันไปถามนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนางนฤมล ภิญโญวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรสหกรณ์ ที่เดินตามมา โดยทุกคนยิ้ม และพร้อมกับตอบว่า แน่นแฟ้น

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเรื่องเมียนมาของไทยในวันที่ 19-20 ธันวาคม วันที่ 19 ธันวาคม ถือเป็นครั้งที่ 3 จากการประชุม 2 ครั้งแรกในอินเดีย และไทย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นข้อหวงกังวลร่วมกัน โดยครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เพื่อนบ้านของเมียนมาทุกประเทศจะเข้าร่วมพร้อมกัน ได้แก่ จีน ลาว อินเดีย บังกลาเทศ ไทย และเมียนมา

“ประเด็นหลักที่จะหารือคือ 1.การส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และ 2.อาชญากรรมข้ามแดน โดยเฉพาะใน 2 เรื่องหลัก คือปัญหายาเสพติด และปัญหาเรื่องออนไลน์สแกม ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องหารือพร้อมกันทั้งหมด ในการประชุมวันแรกจะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนทั้งหลาย” นายนิกรเดชกล่าว

นายนิกรเดชกล่าวต่อว่า การประชุมในวันที่ 20 ธันวาคม จะเป็นการประชุมที่แยกออกจากกัน เป็นการหารือในกรอบอาเซียน การจัดประชุมต่อเนื่องเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนความพยายามซึ่งกันและกัน และช่วยเสริมวัตถุประสงค์ที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในเมียนมา ทั้งนี้ ลาวในฐานะประธานอาเซียน ได้ส่งหนังสือเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเข้าร่วมประชุม ขณะนี้มี 6 ประเทศตอบรับที่จะเข้าร่วมในระดับรัฐมนตรี ประกอบด้วย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ลาว ไทย และเวียดนาม

การประชุมจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าประชุมอย่างไม่เป็นทางการของ 3 ประเทศที่เรียกว่าทรอยก้า ได้แก่ ประธานอาเซียนในอดีตคืออินโดนีเซีย ปัจจุบันคือลาว และอนาคตคือมาเลเซีย ช่วงบ่ายจะเป็นการประชุม extended informal consultation โดยเชิญรัฐมนตรีอาเซียนทั้ง 6 ประเทศที่สนใจให้มาหารือกัน มีการประชุม 2 วาระ คือ 1.สถานการณ์ในเมียนมา และ 2.การดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของผู้นำอาเซียนให้มีผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ต่อยอดความพยายามที่ลาวทำมาทั้งปี และเพื่อให้การส่งมอบประธานจากลาวสู่มาเลเซียอย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

“ไทยยินดีสนับสนุนลาวด้วยการเป็นเจ้าภาพ แม้ไม่เป็นทางการแต่เป็นประโยชน์ให้ทุกฝ่ายอย่างมากที่สุด เพื่อกำหนดทิศทางให้สมาชิกอาเซียนสามารถหารือแนวทางที่จะเดินหน้าต่อไปว่ามีอะไรที่อาเซียนจะช่วยเหลือเมียนมาได้ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นทันทีคือการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการในเดือนมกราคมที่มาเลเซีย จะหารือเรื่องนี้ต่อไป” นายนิกรเดชกล่าว