หน้าแรก การเมือง ชัยชนะ ลั่นเค...

ชัยชนะ ลั่นเคยบอกแล้ว ทักษิณแค่ผู้ได้รับผล จากผู้ร่วมขบวนการ ได้อยู่ชั้น 14 ไม่ผิด

18.12.24 | 20:16 น.

“ชัยชนะ” ลั่น ผมเคยบอกแล้ว “คุณทักษิณ” คงไม่ผิดครับ เป็นแค่ผู้ได้รับผล หลัง ป.ป.ช. รับพิจารณาปมชั้น 14 ชี้ ขรก.ร่วมขวนการต้องไปสู้กันเอา ออกตัวอยากขอความเป็นธรรมด้วย กมธ.ตำรวจตอนนั้นทำงานเต็มที่ ส่งข้อมูลให้หน่วยงานเกี่ยวข้องสอบต่อแล้ว มองเร็วหรือช้าอยู่ที่พยานหลักฐาน บอกเห็นด้วยอยู่แล้ว ป.ป.ช. ทำคดี หากออกมาไม่ผิด ประชาชนจะได้ทราบ ต่อไปก็ทำตามแบบได้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. รับพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่รัฐเอื้อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าพักรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า ตนขอยืนยันในหลักการ อยากจะขอความเป็นธรรมเรื่องนี้เหมือนกัน สังคมตั้งคำถามว่าวันนั้นสิ่งที่ตนทำไป ได้ทำเต็มที่หรือไม่ ตนขอเรียนว่าหน้าที่กรรมาธิการการตำรวจ มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องที่สังคมสงสัย แล้วเราได้ตรวจสอบแล้วว่าขั้นตอนวิธีการ กระบวนการที่เข้าไปรักษาในโรงพยาบาลตำรวจถูกต้องหรือไม่ และเนื้อหาทั้งหมดที่เราได้เชิญผู้บัญชาการเรือนจำ อธิบดีกรม ราชทัณฑ์ อธิบดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยภายหลังการตรวจสอบ เราได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบต่อทั้งหมดแล้ว ซึ่งนายวัชระ เพชรทอง ผู้ที่มาร้องเรื่องนี้ ก็ได้ไปร้องที่ ป.ป.ช. และศาลปกครองสูงสุดต่อ ซึ่ง ป.ป.ช.มีการ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ในชั้นอนุไต่สวน

“ผมเคยพูดแล้วว่า คุณทักษิณคงไม่ผิดแหละครับ แต่คนที่ผิดคือผู้ที่ร่วมขบวนการ ต้องดูว่าใครร่วมขบวนการกี่คนในเรื่องนี้ ผมคิดว่าอันนี้คือข้อเท็จจริงมากกว่า ผมคิดว่าคุณทักษิณเป็นผู้ที่ได้รับผล จากการกระทำในเรื่องนี้ ผลจากการนำผู้ต้องหาออกจากเรือนจำ และนำไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ขั้นตอนวิธีการถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องข้าราชการที่เกี่ยวข้องก็ต้องชี้แจงประเด็นนี้ ว่าวิธีการได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วน 100% หรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องไปสู้กันในชั้น ป.ป.ช. หน้าที่ของกรรมาธิการการตำรวจ เราตรวจสอบเบื้องต้นให้แล้ว“ นายชัยชนะ กล่าว

นายชัยชนะ ย้ำว่าเราขึ้นไปแล้วบนชั้น 14 แต่ในข้อกฎหมาย เขาห้ามไม่ให้ไปในห้องควบคุมผู้ต้องขัง เพราะเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง ว่าจะให้ใครเยี่ยมหรือไม่เยี่ยม แต่หน้าที่ของเรา เราชี้แจงกับสังคมแล้ว ว่ากล้องวงจรปิดในโรงพยาบาลตำรวจเสียทั้งหมด ในโรงพยาบาล และผู้ต้องขังรักษาตัวอยู่ที่นี่จริง ด้วยโรคอะไรก็เป็นความลับของผู้ป่วยที่ไม่สามารถเปิดเผยได้

เมื่อถามว่า มองว่ากระบวนการกระบวนการของ ป.ป.ช. จะล่าช้าหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เราคงก้าวล่วงการทำงานขององค์กรอิสระ ตนคิดว่า เขาก็เดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้เรื่องนี้ แพทยสภาก็มีบทสรุปมาแล้วว่าใครถูกหรือผิดในเรื่องนี้ ช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นระบบกล่าวหา ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้ชี้แจง

Advertisement

นายชัยชนะ ระบุว่า ตนเห็นด้วยอยู่แล้วที่องค์กรอิสระรับเรื่องไว้พิจารณา เพราะประชาชนก็สงสัย ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ระเบียบทำได้แค่ไหน หาก ป.ป.ช. พิจารณาแล้วว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ผิดต่อการปฎิบัติหน้าที่ ประชาชนก็จะได้ทราบ หากมีญาติใครถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ ก็สามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าผิดประชาชนก็รับทราบ รัฐบาลก็จะตอบเรื่องนี้กับสังคมได้ด้วย ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว