หน้าแรก การเมือง รองผบช.ก. ยัน...

รองผบช.ก. ยันสัมพันธ์ สจ.โต้ง-โกทร ไม่ใช่พ่อลูกกันจริง จ่อเรียกประชุมคณะพนง.สอบสวน

20.12.24 | 13:08 น.

รองผบช.ก. เผย อยู่ระหว่างการตรวจสอบสำนวนคดี สังหาร สจ.โต้ง หลังรับโอนสำนวนจากตำรวจภูธรภาค2 พร้อมวางแผนเรียก บุคคลที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว คาดจะเรียกประชุมคณะทำงานในสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นาย​ชัยเมศร์​ สิทธิสนิทพงศ์​ หรือ ส.จ.โต้ง ว่า ขั้นตอนหลังจากรับสำนวนมาแล้ว ก็จะทำการสืบสวนสอบสวนต่อ เพราะปัจจุบันกองปราบฯ ได้ไปร่วมในการทำคดีกับตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีในการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว แต่ไปในฐานะหน่วยสนับสนุน เพราะปราจีนบุรีจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่พอโอนมากองปราบปรามก็จะเป็นผู้รับผิดชอบ และตำรวจภูธรปราจีนบุรี ตำรวจภูธรภาค 2 ก็จะเป็นผู้สนับสนุน มีอะไรต้องประสานงานกัน ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดชะงัก

ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจนับเอกสาร ดำเนินการเรื่องธุรการที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จในวันนี้ ส่วนแนวทางหลังจากนั้น กองปราบฯก็จะต้องสืบหาพยานหลักฐานบางอย่างเพิ่มเติม แม้ตำรวจภูธรภาค 2 จะทำมาเยอะแล้วก็ตาม แต่ยังมีประเด็นอีกหลายส่วนที่ต้องทำ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะต้องเรียกพยานที่เคยสอบปากคำไปแล้วมาสอบเพิ่มเติม รวมถึงต้องเรียกพยานปากอื่นๆ มาสอบด้วย หากมีหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม และมีประเด็นไหนที่มีความขัดแย้งกันก็จะต้องสอบปากคำเพื่อให้เกิดความชัดเจน

พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวต่อว่า ขณะนี้วางแผนการสอบสวนไว้แล้วว่าจะต้องเรียกใครมาสอบปากคำบ้าง ซึ่งเป็นพยานทั้งสองฝั่ง และพยานแวดล้อม รวมถึงพยานจากการตรวจพิสูจน์ ซึ่งมีหลายส่วนที่จะต้องเรียกมาสอบปากคำ ซึ่งหากพยานไม่สะดวกเข้ามาให้ปากคำที่กองบังคับการปราบปราม พนักงานสอบสวนก็พร้อมไปสอบปากคำจุดที่พยานสะดวก

“ส่วนจะมีการเรียก ส.จ.จอย ภรรยาผู้ตาย มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ก็จะต้องขอดูรายละเอียดในสำนวนอีกครั้งว่ามีประเด็นอะไรขาดเหลือที่จะต้องสอบเพิ่มเติมหรือไม่ ย้ำว่าทุกประเด็นที่ทำต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะไปในทิศทางไหน ต้องสอบให้ครบถ้วนทุกประเด็น ไม่มองข้ามประเด็นใด ส่วนบุคคลที่ตำรวจยังไม่สามารถติดต่อได้อย่าง นายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ รองนายก อบจ.ปราจีนบุรี หรือรองอุ๊ ก็คงจะต้องเรียกมาสอบด้วย เพราะเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

Advertisement

เมื่อถามว่า คนที่เคยเป็นพยานจะสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ต้องหาได้หรือไม่นั้น พล.ต.ต.สุวัฒน์บอกว่า ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่ ณ ตอนนี้ยังมีผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดอยู่ 7 คน แต่หากพบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ ที่จะต้องพิจารณาว่าจะกระทำความผิดหรือไม่ก็จะพิจารณา ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ยังมีผู้ต้องหา 7 คน

“สำหรับผลการตรวจของพิสูจน์หลักฐาน ขณะนี้ได้มาบางส่วนแล้ว แต่ยังมาไม่ครบ ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทยอยส่งกลับมา ทั้งนี้ หลังจากที่คณะทำงานได้อ่านรายละเอียดในสำนวนคดีทั้งหมดแล้ว ก็คาดว่าจะมีการนัดประชุมคณะทำงานกันได้ในสัปดาห์หน้า และมีโอกาสที่จะต้องเสนอให้โอนคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบของศาลอาญาด้วย”

วันนี้ทาง พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสำนวนคดีและทำเรื่องรับสำนวนคดี ซึ่งคาดว่าแล้วเร็จและเดินทางออกจาก จ.ปราจีนบุรี ในช่วงเย็นวันนี้

ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ส.จ.โต้ง ที่บอกว่าเป็นลูกของภรรยาเก่า โกทรนั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลในเรื่องนี้ทั้งจากสำเนาทะเบียนบ้านและคนใกล้ชิด