หน้าแรก การเมือง มท.2 ลงพื้นที...

มท.2 ลงพื้นที่เขากระโดง รับฟังความเดือดร้อนชาวบ้าน ส.ส.บุรีรัมย์ ภท. ซัดเกมการเมือง หวังตี ‘เนวิน’

20.12.24 | 14:13 น.

มท.2 ลงพื้นที่บุรีรัมย์รับฟังความเดือดร้อนชาวบ้าน ปมพิพาทเขากระโดง ‘ทรงศักดิ์’ ชี้เสียงสะท้อนการรถไฟ ก้าวล่วงสิทธิปชช -แบงก์ไม่รับจำนอง ด้านชาวบ้าน อวดโฉนดอยู่ก่อนรถไฟ เจ้าอาวาส ร้องกระทบจุดเผาศพ ขณะที่ ส.ส.บุรีรัมย์ ภท. ชี้เป็นเกมการเมือง หวังตี “เนวิน”

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วยนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี “เขากระโดง” จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 400 คน และหน่วยงานรัฐ 12 แห่ง อาทิ ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์, อบจ.บุรีรัมย์,  สถานีตำรวจ, สำนักงานขนส่ง, โรงเรียน และกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

นายทรงศักดิ์​กล่าวว่า วันนี้พยายามนำข้อเท็จจริงมาสะท้อนปัญหาให้เห็นถึงข้อพิพาทเรื่องที่ดินเขากระโดง​ ซึ่งเป็นประเด็นไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อก่อนไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจ ที่ต้องพูดอย่างนี้ เพราะตนเป็นคนบุรีรัมย์เหมือนกัน เป็นคนบุรีรัมย์เกิดมาก็เห็นเขากระโดง เห็นประชาชนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เห็นถนนมาจากประโคนชัยมายังบุรีรัมย์ไปมาหาสู่กัน ซึ่งเป็นคนในจังหวัดเดียวกัน และเป็นประเด็นผิดพลาดมาจะเป็นเรื่อง มีคนเข้าใจกันคลาดเคลื่อนมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดิน เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือไม่ และมีข่าวที่ออกไป จนเป็นประเด็นปัญหาทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน

นายทรงศักดิ์​ยังระบุอีกว่า จากการรับฟังประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 5,000 กว่าไร่ รวมไปถึงศูนย์ราชการและวัดที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว หากฟังทั้งหมดตนเข้าใจว่า เหมือนการรถไฟจะไปก้าวล่วงสิทธิของประชาชน​ ตนเชื่ออย่างนี้ เพราะการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟมีกฎหมายเฉพาะ​ ซึ่งไม่น่าจะเป็นที่ดินของการรถไฟ เป็นที่ดินที่มีความพิพาทเรื่องของความคิดเห็นประชาชนที่รับฟังจากสื่อมวลชนที่นำเสนอ น่าจะมีความเข้าใจไปในทำนองว่าประชาชนไปอยู่ในที่ของการรถไฟฉะนั้น วันนี้ถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ที่ทางกรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการได้เชิญประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มาพบกัน หลายคนก็แสดงเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนด ซึ่งบางคนเห็นได้ว่าโฉนดเก่ามากแทบขาด

Advertisement

นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็น รมช.มหาดไทย และได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้กำกับดูแลกรมที่ดิน ตนเน้นย้ำกับอธิบดีอยู่เสมอว่าเรื่องพิพาทที่เป็นการลิดรอนสิทธิแบบนี้ จะต้องมีหลักฐาน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพราะกระทบกับสิทธิของประชาชนไม่ใช่น้อย 5,000 กว่าไร่ 900 กว่าแปลง และต้องทำให้เกิดความชัดเจน วันนี้พอมีเรื่องข่าวความไม่ชัดเจนเรื่องที่ดิน ทำให้ประชาชนที่ถือเอกสารสิทธิ ไม่มีความมั่นใจ เนื่องจากธนาคารจะไม่รับเอกสารที่ดินที่มีกรณีพิพาท ถือว่าจำเป็นต้องเร่งรัดเพื่อให้เกิดความชัดเจน

ด้าน นายเจนกิจ ชฏฐวาณิชย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน ชี้แจงประชาชนกว่า 400 คน ที่ได้รับผลกระทบ ว่า เหตุผลที่กรมที่ดินมาวันนี้ เพราะยังมีข้อเท็จจริงที่ยังไม่ตรงกับความเป็นจริงในพื้นที่ จึงมีนโยบายนำเรื่องนี้มาชี้แจงกับประชาชนให้ทราบ ซึ่งภารกิจของกรมที่ดิน คือการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชน ในพื้นที่เขากระโดง มี 2 ตำบล คือ เสม็ด และอิสาณ ซึ่งออกไปแล้ว 995 แปลง ยืนยันว่าเราไม่ได้ดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียว มีหน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นท้องที่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ รวมถึง ส.ป.ก. และในเขากระโดง ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเข้ามาเป็นคู่ความ กับกรมที่ดินในปัจจุบัน

รองอธิบดีกรมที่ดินย้ำว่า เราตรวจสอบแล้วพบว่ามีการระวางชี้แนวเขต ที่การรถไฟได้รับรองว่า ไม่ใช่ที่ดินของการรถไฟ ซึ่งตรวจสอบจากข้อมูลในสารบบ 2 ตำบล 271 แปลง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ที่ยังไม่เคยปรากฏในข่าว ยืนยันว่ากระบวนการ เราตรวจสอบแล้วครบถ้วนตามกฎหมายที่ดิน จนปี 2539 มีข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับการรถไฟ จึงเป็นที่มาของการจัดทำแผนที่ปี 2539 ที่แก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน จึงนำแผนที่ฉบับนี้ไปใช้ต่อสู้ในคดีของประชาชน จึงเป็นที่มาของคำพิพากษาทั้ง 3 คดี ซึ่ง 3 คดีนี้ กรมที่ดินไม่เคยเข้าเป็นคดีด้วย มีแต่ประชาชนที่เข้าต่อสู้โดยลำพัง ดังนั้นการรถไฟ จึงใช้ 3 คดีนี้ มาใช้ฟ้องกรมที่ดิน เพื่อให้อธิบดีกรมที่ดินใช้อำนาจเพิกถอน ในประเด็นนี้ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่า เป็นข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องไป ศาลไม่อาจก้าวล่วงได้ จึงได้มีคำสั่งของศาลปกครองกลาง ให้กรมที่ดิน แต่งตั้งกรรมการสอบสวน และได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว

ขณะที่ นายสมบัติ​ ลาอ่อน​ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด​บุรีรัมย์ ชี้แจงว่า​ ที่ดินดังกล่าวมีข้อพิพาทมาเป็นระยะเวลานาน​ ซึ่งกรมที่ดินพยายามพิจารณาตามพยานหลักฐานให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งในส่วนที่ศาลได้มีคำพิพากษา มีอยู่ 3 คำพิพากษา​ ทั้ง​การรถไฟฟ้องไล่ราษฎร​ และราษฎร​ฟ้องกรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินทำตามคำพิพากษาอย่างครบถ้วน โดยเป็นการพิพาทระหว่าง​ประชาชน​ 35 รายกับการรถไฟ

นายสมบัติกล่าวว่า ส่วนคำพิพากษาศาลปกครองกลางเป็นกรณีสำคัญการรถไฟได้อาศัยข้อเท็จจริงจากศาลคดีนั้นมาให้กรมที่ดิน​ ตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ​61 ที่ได้วินิจฉัย​ พร้อมกับระบุว่าไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจของอธิบดีกรมที่ดิน​ที่จะใช้อำนาจในการเพิกถอนหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้อธิบดีกรมที่ดินได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่ดินบริเวณนี้ ซึ่งจากการพิจารณาตามพยานหลักฐานประกอบคำพิพากษา ที่มาจากพิจารณาจากทุกภาคส่วน

ขณะเดียวกัน​ กรณีที่การรถไฟกล่าวอ้างไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะเอามาใช้ในการเพิกถอนโฉนดที่ดินของประชาชนได้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้คณะกรรมการตามมาตรา 61 เสนอให้ยุติการดำเนินการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนตามที่ประชาชนได้ต่อสู้

นายสมบัติกล่าวอีกว่า ส่วนปัจจุบันการดำเนินการการรถไฟก็อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน​ ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ เพราะฉะนั้นขณะนี้กรมที่ดินก็อยู่ระหว่างรอผลพิจารณาการอุทธรณ์​ ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาและจะดำเนินต่อไปคงจะต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเพียงพอ จึงจะสามารถดำเนินการ ในส่วนของกลุ่มที่ดินได้

ด้านนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทเขากระโดง ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีพี่น้องชาวบุรีรัมย์คนใดคิดจะโกงที่ดินของราชการ เพราะตนเป็นชาวบุรีรัมย์เห็นความเจริญของพื้นที่มาโดยตลอด และตนมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมที่บ้านศิลาทอง โดยให้พี่น้องที่ถือครองที่ดิน นำโฉนดที่ตนถือครองมาแสดง ซึ่งทำให้เห็นว่าโฉนดที่ดินที่พี่น้องถือครองอยู่นั้นเป็นเอกสิทธิ์ตามกฎหมาย ที่ออกโดยกรมที่ดิน และโฉนดของพี่น้องบางคน ถือครองมาตั้งแต่ในสมัย ปู่ ย่า ตา ยาย

นายสนองกล่าวต่อว่า เรื่องที่ดินเขากระโดง สำคัญคือเรื่องการเมือง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง สมัยก่อนมักจะมีนักการเมืองนำเรื่องเขากระโดงมาหาเรื่อง และมาโจมตีผู้ที่ครอบครองที่ดินโดยเฉพาะ นายเนวิน ชิดชอบ และเมื่อการเลือกตั้งเสร็จทุกอย่างก็เงียบ และขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ว่าประชาชนที่อยู่อาศัยได้รับโฉนดได้รับเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ส่วน 35 แปลงที่ศาลมีคำสั่ง กรมที่ดินก็ทำตามคำสั่งของศาลไปแล้ว แต่อีก 7,000 แปลงที่เกิดขึ้นมาใหม่ ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย

นายสนองกล่าวว่า ส่วนที่คณะกรรมาธิการทหาร นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการทหาร ออกมาระบุว่า มทบ.26 เลี่ยงการก่อสร้างในที่ดินบริเวณเขากระโดง โดยออกมาระบุว่าเป็นการเลื่อนหลักกิโลเพื่อช่วยเหลือคนบางคนให้ครอบครองที่ดินโดยการจัดตั้งค่ายทหาร ว่า ค่ายทหารไม่ได้อยู่ที่กิโลเมตรที่ 7-8 ไม่ใช่กิโลเมตร แต่อยู่ที่กิโลเมตรที่ 4 แต่เมื่อหน่วยงานทหารมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทำให้ นายวิโรจน์ เงียบไป เพราะไม่ใช่สิ่งที่กล่าวอ้าง

นายสนองกล่าวย้ำว่า พวกเราทั้งหมดไม่เคยบุกรุกที่หลวง ที่การรถไฟ แต่เป็นที่ดินที่เรามี น.ส.3 มีเอกสารสิทธิ ที่เราครอบครองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคนบุรีรัมย์เคารพกฎกติกาและทำตามกฎหมายทุกประการ

ด้าน นายปิยะ ปิจนำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากแผนที่ 2 กรกฎาคม 2567 ทางการรถไฟได้มารังวัดแนวเขตที่พิพาท ทำให้มีแผนที่ขึ้นมาพื้นที่ของแผนที่ประมาณ 5,000 กว่าไร่ แบ่ง 4 ส่วน ได้แก่ ที่ดินของภาคประชาชน 2 ตำบล ตำบลเสม็ดและตำบลอิสาณ 4,700 ครัวเรือนประชากรที่อาศัยอยู่ 7,600 กว่าคน อยู่มาเป็น 100 กว่าปี ไม่มีเขตอุทยาน และเขตป่าสงวน ซึ่งการที่สื่อออกไปพูดเรื่องว่าที่ดินอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานและเขตป่าสงวนนั้นเป็นเฟคนิวส์, ที่ดินของราชการ มี 12 หน่วยงาน กว่า 100 ไร่ ทางราชการได้คัดค้านแนวเขตของการรถไฟทุกหน่วยงาน

โดยทางธนารักษ์พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ชี้แจงว่า ที่ดินราชการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายและถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย หากการรถไฟจะมาชี้แนวเขตเอาที่ของราชการมาเป็นที่ของรัฐวิสาหกิจ ต้องพิสูจน์สิทธิตามช่องทางของกฎหมาย , ที่ดินสาธารณะ กองอาสารักษาดินแดน ถูกการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอพื้นที่คืน ซึ่งจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิสูจน์สิทธิในปี 2521 ได้วินิจฉัยว่าที่ดินของ อส.เป็นที่ดินสาธารณะของการรถไฟฯ ไม่ได้มีเอกสารหลักฐานยืนยัน ไม่มีแผนที่ แต่การรถไฟฯมีหนังสืออ้างสิทธิ หากอส.จะใช้พื้นที่ตรงนี้ต้องเช่ากับการรถไฟ และที่ดินของวัด

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าอาวาสจากวัดป่าศิลาทอง ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ ได้ชี้แจงว่า ที่ดินที่ก่อสร้างวัดได้ผ่านการพิจารณาโดยได้รับอนุญาตให้สร้างวัดตั้งแต่ปี 2528 พอมาถึงเดือนกรกฎาคม ปี 2567 การรถไฟได้มาปักเสาตรงมุมวัด ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมาก ถ้าลากตามเส้นนั้น เพราะเป็นมุมที่สำหรับเผาศพ มีกระดูก และเป็นของบรรพบุรุษชาวบ้านอยู่มาเก่าก่อน

ขณะที่นายทิวา การกระสัง ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การสำรวจพื้นที่เขากระโดงตามพระราชกฤษฎีกาปี 2462 ถึงปี 2463 ถูกยกเลิกไปแล้วตามพระราชกฤษฎีกาปี 2464 แสดงให้เห็นว่ากฎหมายทั้งสองฉบับ ไม่ใช่กฎหมายที่จะให้ที่ดินดังกล่าวเป็นสิทธิของการรถไฟฯ ฉะนั้นจะมาบอกว่าที่ดินตรงนี้เป็นของการรถไฟฯได้อย่างไร วันนี้ตนจะมาทำให้เห็นว่าพวกที่นั่งทางในอยู่ที่กรุงเทพฯ ที่บอกว่าเป็นที่ของการรถไฟฯ จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร

นายทิวากล่าวต่อว่า ตอนที่จะมีการวางรางรถไฟมีการเขียนแผนที่ไว้ก่อนว่าทางรถไฟจะออกไปทางไหน ผ่านที่ไหนบ้าง ซึ่งทางผ่านจังหวัดบุรีรัมย์มีการเขียนแผนที่ส่วนแยกไว้สองส่วน คือส่วนแยกเขากระโดงกับส่วนแยกบ้านตะโก ซึ่งเขียนไว้ก่อนที่จะมีการสำรวจในปี 2462 แต่เพิ่งมีการเริ่มอ้างสิทธิในปี 2517

“เรื่องเขากระโดงทุกคนต่างอ้างตัวหนังสือ ตะแบงเอากฎหมายใกล้เคียงมาตัดสิน โดยไม่มองความเป็นธรรม และความยุติธรรมของพวกเราเลย“ นายทิวา ระบุ

จากนั้น นายทิวา ได้ให้ชาวบ้านปรบมือแช่งการรถไฟฯที่จะมาเอาที่ดินเขากระโดง ขณะเดียวกันให้ชาวบ้านปรบมือให้กับอธิบดีกรมที่ดิน เพราะถ้าไม่มีอธิบดีท่านนี้ชาวบ้านคงไม่มีที่อยู่กันแล้ว พร้อมบอกว่าถ้าอธิบดีกรมที่ดินถูกฟ้อง ก็ขอให้แจ้งชาวบ้าน เพราะเราจะไปเป็นจำเลยด้วยกัน ทั้งนี้ กรมที่ดินได้ทำหนังสือเชิญการรถไฟแห่งประเทศไทย มาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ด้วย แต่ปรากฏว่าไม่มีการส่งตัวแทนมาร่วมแต่อย่างใด

จากนั้น นายทรงศักดิ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดสิ้นสุดของทางรถไฟที่กิโลเมตร 6.2 และพบที่ประชาชนครอบครองที่ดิน ที่สืบทอดกันมาตั้งแค่ปี 2462