ทรงศักดิ์ ซัด น่ารังเกียจ ปม หยิบเขากระโดงโยงการเมือง เผย หลังลงพื้นที่ พบข้อพิรุธอื้อ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่ จ.บุรีรัมย์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนที่ประชาชนอาจสับสน ซึ่งกรมที่ดินได้ดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด วันนี้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน ซึ่งวันนี้ก็เชิญการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ด้วยแต่ไม่ได้มา เพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริงจากประชาชนและหน่วยราชการในพื้นที่ และจากการพบปะประชาชนก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ใช่ที่ดินของ รฟท. แต่เป็นที่ที่ประชาชนสามารถอยู่ได้ ตนดูข้อมูลที่ผู้ใหญ่บ้านแจ้งมาว่าอยู่ตั้งแต่ปี 2460 ก่อนที่จะมีการออกกฤษฎีกาสำรวจแนวเขตของการรถไฟ ซึ่งหากการ รฟท.ประสงค์ในที่ดินก็ต้องออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อจัดซื้อจัดหาที่ดินการรถไฟให้ชัดเจน
เมื่อถามย้ำว่า การที่ รฟท.ไม่เดินทางมาในวันนี้จะเป็นอีแอบใช่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ระบุว่า ไม่ทราบ แต่เราได้มีการเชิญในเบื้องต้นแล้ว จริงๆ รฟท.ต้องมา เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการพิพาทกัน เพราะอย่างตนในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดินยังต้องมาเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะการลิดรอนสิทธิของทั้งสองฝ่าย
เมื่อถามย้ำว่า การที่ รฟท.ออกมาขยับเช่นนี้มีการเมืองหนุนหรือไม่ นายทรงศักดิ์ระบุว่า ตนยังยืนยันไม่ได้ว่ามีพรรคการเมืองหนุนหลังหรือไม่ สังเกตดูว่าทุกครั้งที่ออกมาจะเป็นช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนของการเมือง และเป็นที่ดินที่เกี่ยวข้องกับคนการเมือง ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองก็คงเป็นไปไม่ได้ คงจะเกี่ยวบ้างเล็กน้อย
ส่วนการหยิบยกการเมืองมารุกสิทธิประชาชนมองอย่างไรนั้น นายทรงศักดิ์มองว่าเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เพราะสิ่งที่ทำมาวันนี้กระทบกับประชาชนไม่ใช่รายเดียว ต้องทำให้เกิดความชัดเจน และสร้างความมั่นใจกับประชาชนว่าเอกสารสิทธิที่ได้มานั้นถูกต้อง
ส่วนที่การเมืองถูกมองว่าเรื่องนี้ถูกตีกินระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ย้ำว่า เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ เพราะทำกับประชาชนจำนวนมาก การได้มาซึ่งที่ดินของประชาชนในการครอบครองนั้นถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ มาตามประมวลกฎหมายที่ดินทุกอย่าง ถ้าบอกว่าเป็นที่ของ รฟท.ก็เป็นหน้าที่ของ รฟท. ไม่ใช่หน้าที่ของประชาชน ที่ต้องพิสูจน์สิทธิการได้มาซึ่งที่ดิน ตามกฎหมายของ รฟท. และที่ทราบมาการรถไฟยังหาหลักฐานแผนที่ท้ายกฤษฎีกาไม่ได้เลย และเมื่อช่วงเช้าตนได้ฟัง ส.ส.ของพรรคประชาชน แผนที่ที่แสดงในศาลกับแผนที่ที่แสดงกันยาวๆ ไม่ค่อยตรงกัน
นายทรงศักดิ์มองว่า พบข้อพิรุธจำนวนมาก ทั้งสัดส่วน ระยะ และความจำเป็นที่ต้องใช้ที่ดินต่างจากทางรถไฟกว่า 1 กม. ทั้งที่พื้นที่อื่นนั้นไม่มี และพื้นที่ทางแยก ตนมองว่าที่ไหนก็มีกฤษฎีกาหมด ก่อนตั้งคำถามว่าพื้นที่ทางแยกเขากระโดงเป็นเพียงพื้นที่เดียวหรือที่ได้รับการยกเว้น
เมื่อถามว่า กรมที่ดินจะฟ้องร้องกลับหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของกรมที่ดิน แต่ตนในฐานะที่กำกับดูแลก็ได้กำชับอธิบดี ว่าต้องทำตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ ยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ
ส่วนข้อเสนอที่ให้กรมที่ดินและ รฟท.เปิดโต๊ะพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดข้อสรุปที่ชัดเจนนาย ทรงศักดิ์ระบุว่า วันนี้ได้รวบรวมพยานและหลักฐานทั้งหมดไว้แล้ว และอนาคตก็เป็นไปได้ เนื่องจากส่งผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก จึงต้องมีการพูดคุยกันระหว่างสองฝ่าย และมองว่า รฟท.เองต้องนำพยานหลักฐานมาให้ประชาชนนั้นเกิดความเข้าใจ ไม่ใช่ยึดเพียงว่าเป็นคำสั่งของศาลแล้วจะเป็นที่ของ รฟท.

