หน้าแรก การเมือง ‘ทักษิณ’ โชวว...

‘ทักษิณ’ โชววิชั่น ชูเอไอ-ซอฟต์พาวเวอร์ ปลุกศักยภาพอีสาน

22.12.24 | 09:19 น.

‘ทักษิณ’โชววิชั่น
ชูเอไอ-ซอฟต์พาวเวอร์
ปลุกศักยภาพอีสาน

หมายเหตุสาระสำคัญที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษหัวข้อ อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย ในงานสัมมนา ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤต ร่วมกับ เครือมติชน จัดขึ้นที่หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

ผมได้เห็นอีสานทุกซอกทุกมุม คิดในใจอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรถึงจะพลิกฟื้นได้ จะว่ายากก็ยากมาก จะว่าไม่ยากก็ไม่ยาก ปัญหาคือเมื่อเราวางแนวทางแล้วต้องมีเจ้าภาพ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีเจ้าภาพเวลามีอะไรเกิดขึ้น หน่วยงานใครหน่วยงานมัน ทำหน้าที่ของตัวเองไป ดังนั้น ผมจึงขอเริ่มจากคำว่ากันดาร คือ สินทรัพย์ โดยภาคอีสานมีความกันดารมาก่อน ก่อนที่จะมีการพัฒนามาถึงปัจจุบัน ซึ่งความกันดารทำให้คนอีสานมีความแข็งแรง เพราะต้องดิ้นรนตั้งแต่สมัยที่ผมยังไม่เกิดจนถึงอายุปูนนี้ แต่คนอีสานก็ได้สร้างองค์ความรู้ สร้างความอดทนและเข้มแข็งมาก่อน รวมถึงสร้างวัฒนธรรมของความเป็นกลุ่มนักสู้ สู้ชีวิตด้วยความอดทน ค้นหาปัญญาใหม่ๆ มาโดยตลอด นี่คือข้อดีของความลำบาก ฉะนั้น เราจึงต้องทำให้คนอีสานหมดความลำบาก เพราะที่ผ่านมาลำบากมากพอแล้ว จึงถึงเวลาที่เราต้องพลิกฟื้นภาคอีสานให้ได้

วันนี้สิ่งที่คนอีสานมีคือ 1.พื้นที่กว้างที่สุด 2.ประชากรมากที่สุด และ 3.วัฒนธรรมเก่าแก่ แต่เราจะทำอย่างไรกับสิ่งที่มีอยู่ ผมมองว่าเรื่องสร้างความแข็งแกร่งกับคนอีสาน ต้องเริ่มด้วยสิ่งที่เขามีอยู่คือ ซอฟต์พาวเวอร์ คนอีสานมีความสามารถ หากไปเห็นเชฟอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ก็จะเห็นว่าเป็นคนอีสานเยอะ และผมเคยไปร้านอาหารในออสเตรเลียก็ปรากฏว่ามีเชฟออกมาสวัสดี และเขาก็เป็นคนอีสานกันเยอะ ย้ำว่าหากจะเริ่มที่คนต้องเริ่มด้วยซอฟต์พาวเวอร์ เอาวัฒนธรรมศิลปะที่มีอยู่ ไปแสดงเป็นสาขาๆ ไป และนำไปสู่การพัฒนาคนสาขาอาหาร ฉะนั้น วันนี้ต้องเริ่มพัฒนาคนภาคอีสาน

วัฒนธรรมของคนไทยมักจะอยากเห็นลูกได้ปริญญา แต่ความจริงแล้วการได้ปริญญาหลายคนยังหางานไม่ได้ เพราะปริญญาได้ประกาศนียบัตร ทั้งที่สิ่งที่ควรได้คือความรู้และปัญญา บางคนจบมาความรู้ไม่ได้ ปัญญาไม่ได้ แต่ได้ประกาศนียบัตร ยิ่งมหาวิทยาลัยบางแห่งส่งเสริมการเรียนรู้ถึงปริญญาเอก ถามว่าจบแล้วมีความรู้หรือไม่ แต่มีประกาศนียบัตรแน่ การมีความรู้หรือไม่ขึ้นอยู่กับคน เพราะบางโครงการจ่ายครบ จบแน่ จึงทำให้คนเห่อปริญญา โดยทิ้งสิ่งที่เป็นสาระสำคัญคือความรู้ หากเรามีความรู้มากก็จะนำไปสู่ปัญญา

Advertisement

วันนี้สิ่งเหล่านี้สังคมไทยขาด แต่โลกปัจจุบันสนใจคือคำว่าสกิลมากกว่าปริญญา ต่อไปนี้เรามีเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งสามารถทำงานแทนเราได้เยอะ แต่คนที่มีความชำนาญ มีความฉลาด มีการเป็นคนวิเคราะห์สามารถสั่งเทคโนโลยี สั่งเอไอให้ทำงานแทนเราได้ เพิ่มประสิทธิภาพแทนเราได้ ฉะนั้น ต่อไปนี้คนอีสานต้องได้รับการผสมผสานเทคโนโลยีเข้าไปสู่ชีวิตประจำวันของเขา นี่เป็นสิ่งที่ต้องมีการเทรนและอาศัยมหาวิทยาลัยที่มีอยู่

วันนี้ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยเยอะ มีครูบาอาจารย์เยอะ แต่เราใช้ประโยชน์เขาน้อย นอกจากการสอนหนังสือเพื่อให้คนได้ปริญญา แต่ความรู้ความชำนาญไม่พอ เราต้องใช้มหาวิทยาลัยเหล่านี้เป็นแกนหลักในการที่จะสร้างคนของอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ การพัฒนาโอท็อปในยุคใหม่ๆ ที่ต้องดีไซน์ใหม่ๆ อีกอย่างที่เห็นคือคนอีสานจนลง เพราะการผูกขาด จนลงเพราะทุกอย่างผ่านระบบนายหน้า แต่วันนี้เทคโนโลยีมาแล้วคนอีสานต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐ ยกเลิกการผูกขาดให้มากที่สุด และใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เขาจะได้ราคาที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ เช่น เรื่องข้าวหอมมะลิ ตอนนี้ทุกอย่างหากจะส่งออกต้องผ่านสมาคมผู้ส่งออก แต่หากมีการยกเลิกก็จะทำให้ระบบอี-คอมเมิร์ซ ที่ทำให้ชาวไร่ชาวนา ลูกหลานที่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาพอเข้าใจเรื่องของระบบอี-คอมเมิร์ซ ก็สามารถที่จะสร้างเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมา และขายสินค้าของตัวเองไปได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตส่งออก การพัฒนาคนคือหัวใจสำคัญ หลังจากพัฒนาแล้วก็นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อให้เขาเข้าถึงผู้ใช้บริการได้ วันนี้หลายอย่างทำได้แล้ว แต่หลายอย่างยังติดเรื่องระบบราชการอยู่

วันนี้นายกรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีทั้งหลายไปดูว่ากระบวนการผูกขาดที่มีมานานทั้งของรัฐและเอกชน จะแก้ไขอย่างไรเพื่อลดต้นทุนของประชาชน วันนี้สิ่งที่ซอฟต์พาวเวอร์ต้องการผลักดันคือทำอย่างไรในการใช้กลไกภาครัฐที่มีอยู่เพื่อการลงทุนใหม่ที่ไม่มากเกินไป คือการใช้กลไกของมหาวิทยาลัยเป็นตัวผลักดันและเป็นศูนย์ฝึกซอฟต์พาวเวอร์ในแต่ละด้าน ขณะที่เรื่องด้านการเกษตรของภาคอีสานนั้น เป็นการเกษตรที่ต้องการความแม่นยำมากที่สุด ต้องเป็นการเกษตรสมัยใหม่ เพราะบางครั้งฝนก็ไม่ตกตามฤดูกาล ความแห้งแล้งยังมีอยู่ น้ำท่วมน้ำแล้งก็เกิดขึ้นบ่อย ฉะนั้น การทำการเกษตรที่แม่นยำหรือใช้เทคโนโลยีมาทำนายภูมิอากาศ มาวัดคุณภาพดินเพื่อปลูกสิ่งที่เหมาะกับสภาพดิน เมื่อก่อนตอนผมทำมูลนิธิไทยคม ก็มีเด็กผู้หญิงใช้ซอฟต์แวร์แบบธรรมดาง่ายๆ คำนวณถึงดินฟ้าอากาศ และบอกพ่อแม่เขาว่าให้ลงมือปลูกช่วงไหน เก็บเกี่ยวช่วงไหน ซึ่งก็ทำให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้น แต่ต่อไปเทคโนโลยีจะดีขึ้น การเกษตรอีสานต้องเป็นเกษตรแม่นยำ นอกจากนี้ สิ่งที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับไปคือการที่เราจะขอให้ชาวบ้านได้นำดินมาแลกน้ำ คือการขุดดินจากแม่น้ำต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ได้ เพื่อให้เราได้มีพื้นที่รับน้ำมากขึ้น จะทำให้คนอีสานมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำมาหากินได้มากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่อยากเห็น

ขณะที่เรื่องรถไฟความเร็วสูงเป็นสิ่งที่กำลังจะมา หากเราตกลงกันเรียบร้อย จากประเทศลาวก็จะเข้ามาถึงกรุงเทพฯ โดยจะผ่านเส้นทางภาคอีสานหลายจังหวัด ทำให้ภาคอีสานสามารถพัฒนาการเกษตรให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรม หรือสามารถส่งของสดไปยังประเทศจีนได้ จะะทำให้เกิดโอกาสขึ้นอีกครั้ง ส่วนเรื่องที่สำคัญที่สุด และเป็นห่วงคนอีสานคือ คุณภาพของคนที่เกิดจากการที่เด็กและเยาวชนถูกมอมเมาด้วยยาเสพติด ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และอยากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันจัดการเรื่องยาเสพติด เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้คนภาคอีสานอ่อนแอ พ่อแม่ไม่มีกำลังที่จะทำมาหากิน เพราะลูกติดยา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำกันอย่างกว้างขวางและจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปราบปรามและการบำบัด เห็นว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งให้มีการทำแอพพลิเคชั่นเพื่อรับรายงานจากพื้นที่โดยตรงว่าพื้นที่ไหนที่มีพ่อค้ายาเสพติดก็จะจัดการโดยเด็ดขาด ซึ่งจะทำให้พื้นที่อีสานที่มีคนติดยามาก มีความแข็งแรงขึ้น

ส่วนเรื่องโอท็อปสมัยใหม่ ผมได้ใช้เงินส่วนตัวให้ต่างประเทศศึกษาโอท็อปทั้งหมดในช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงพยายามจะทบทวนว่าเราสามารถปรับปรุงโอท็อปได้อย่างไรบ้าง และทำให้ทันสมัย เป็นโอท็อปสมัยใหม่มากขึ้น เช่น หากใครเคยใช้ผ้าพันคอแอร์เมส ดีไซน์เขาใช้ลายม้า ก็มีการเสนอตนว่าทำไมจึงไม่นำลายบ้านเชียงมาทำบ้าง ซึ่งจะทำให้มีรูปแบบที่เป็นสากล แต่ดีไซน์เป็นของไทย ก็จะทำให้เราสามารถขายดีไซน์ที่เป็นของไทย แต่คุณภาพการตัดเย็บและวัตถุที่ใช้เป็นของสากล ฉะนั้น วันนี้โอท็อปสมัยใหม่ต้องใช้เทคโนโลยี และใช้ดีไซน์ที่เป็นที่ต้องการของต่างประเทศ

เรื่องโอท็อปภาคอีสานจะเป็นฐานใหญ่ จะต้องมาปรับปรุงให้เป็นสิ่งที่สามารถขายได้ทั่วโลก ซึ่งจะทำให้โอท็อปของเรากลับมาฟื้นอีกครั้ง แต่กลับมาฟื้นโดยที่เป็นสมัยใหม่มากขึ้น ทั้งนี้เราไม่ได้ทิ้งวัฒนธรรมของไทย เพียงแค่เราต้องประยุกต์เพื่อให้เป็นที่ต้องการของสากลมากขึ้น จึงอยากให้คนอีสานได้เรียนรู้หรือเห็นอะไรที่เป็นของต่างประเทศบ้าง เพื่อที่จะนำมาสู่การปรับปรุงของตัวเอง และคิดว่าจะเริ่มต้นในปีหน้าทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอท็อปสมัยใหม่ การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ โดยเฉพาะภาคอีสานจะเริ่มต้นก่อนโดยการใช้สถาบันการศึกษาเป็นแกนในการพัฒนาและปรับปรุงทั้งหมด

สิ่งที่คนอีสานต้องเรียนรู้อีกอย่างคือเรื่องของเอไอ คือการสั่งให้เครื่องทำงานเองได้ โดยไม่ต้องมานั่งเขียนโปรแกรมเอง ซึ่งเราสามารถให้มหาวิทยาลัยเป็นแกนกลางในการสอนได้ เช่น แชต GPT หากเรารู้วิธีการสั่งเราก็สามารถบอกให้เขากล่อมลูกให้เราได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่จะทำให้เพิ่มผลผลิตได้ ไม่ว่าจะถามว่ายาตัวนี้กินอย่างไรก็สามารถถามได้ ฉะนั้นจะขอให้มหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นศูนย์กลางการฝึกคนอีสานทางด้านของซอฟต์พาวเวอร์ เทคโนโลยี รวมถึงเรื่องโอท็อปสมัยใหม่

อย่างไรก็ตาม สมัยที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีมีการใช้มหาวิทยาลัยเยอะ แม้กระทั่งเรื่องการตั้งกองทุนหมู่บ้าน เราก็ใช้นักศึกษาให้ไปสอนเขาทำบัญชี และให้หน่วยกิตระหว่างซัมเมอร์ เชื่อว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ จะถูกขอความร่วมมือเพื่อที่จะได้แก้ปัญหา และเจ้าภาพคงหนีไม่พ้นแต่ละจังหวัด โดยเจ้าภาพน่าจะเป็นผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด หรือไม่ก็นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะต้องช่วยกันทำสิ่งเหล่านี้เพื่อให้คนอีสานมีความชำนาญ มีความรู้ มีโอกาสเข้าหาแหล่งผู้บริโภคโดยตรง ส่วนเรื่องแหล่งทุนไม่ใช่เรื่องใหญ่ งานของคนอีสานเป็นงานที่ไม่ได้ใช้เงินมาก ฉะนั้นแหล่งทุนจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกทั้งวันนี้ประเทศไทยเป็นหนี้เยอะมากสูงยัน 60% กว่าของจีดีพี ซึ่งเรามีเพดานหนี้สาธารณะอยู่ที่ 70% ฉะนั้น หากจะกู้เงินอีกคงกู้ไม่ไหว รัฐบาลจึงต้องลดหนี้ด้วยการเพิ่มจีดีพี แต่เป็นเรื่องที่พูดง่ายทำยากแต่ต้องทำ

การจะเพิ่มจีดีพีได้ก็ต่อเมื่อเราต้องเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่เราเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้น้อย เนื่องจากเราดูดเงินออกจากระบบเยอะ ผมได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการคลังและด้านกฎหมาย และมองว่าที่ผ่านมารัฐบาลออกพันธบัตร ขายให้สถาบันการเงินเป็นส่วนใหญ่ ถึงเวลาก็รับดอกเบี้ยไป ไม่ได้ช่วยระบบเศรษฐกิจอะไรเลย และบังเอิญว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลับเข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รอบที่ 2 และเอาจริงเรื่องบิตคอยน์ และการสร้างสกุลเงินใหม่ผ่านคริปโทเคอร์เรนซี ดังนั้น สหรัฐอเมริกากำลังเพิ่มเม็ดเงินเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจในรูปแบบของคริปโท

ถ้าเราไม่ทำก็ไม่ทันเขา แต่เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนไม่เกิดความเสี่ยง พันธบัตรที่เราต้องออกทุกปี ปีละ 8 แสนล้านบาท นำเงินส่วนนั้นออกมาและให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดีหรือไม่ ผมบอกว่าให้ออกธนบัตรแล้วขายบุคคลทั่วไปดีหรือไม่ ให้ประชาชนรายย่อยซื้อได้ โดยให้อายุพันธบัตรสั้ลงเพื่อให้สามารถหมุนเวียนในตลาดได้ ออกมาในรูปแบบของเหรียญหรือคอยน์ เงินเหล่านี้จะตกไปอยู่ในเงินของประชาชน จะใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ หากไม่ใช้ก็ได้ดอกเบี้ย ใช้ก็มาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ ดีกว่าเอาไปไว้ที่สถาบัน แช่เอาไว้ แล้วถึงเวลาก็ได้ดอกเบี้ยเราไป ซึ่งจะนำมาใช้กับทุกภาคทั้งประเทศเพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เช่นนั้นจีดีพีเราไม่มีทางโต ทำนายกี่ครั้งก็ 2% ผมฟังแล้วรู้สึกแย่ ผมมองว่าต้องทำให้ถึง 4-5% ให้ได้ และคิดว่าไม่น่ายากเกินไป เพื่อจะเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ภาคอีสานได้ด้วย

ส่วนเรื่องระบบทุนนิยมนั้น มองว่าหากไม่มีทุนไม่มีทางก้าวหน้าได้ แต่อีสานเป็นภาคที่ถูกดูดเงินออกไปจากภาคมากที่สุด ร้านค้าส่วนใหญ่สำนักงานใหญ่ที่อยู่ที่กรุงเทพฯ เมื่อขายของได้ก็เก็บเงินส่งกรุงเทพฯ เงินที่หาได้ไม่ได้หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจที่อีสาน แต่กลับไปหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจที่กรุงเทพฯ ฉะนั้น เราต้องดึงเม็ดเงินมาหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจที่อีสานให้ได้ หากดึงไว้ไม่เพียงพอก็จะต้องนำธนบัตรของรัฐบาลมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในอีสานต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ผมคิดว่าไม่ต้องไปพิมพ์แบงก์ เราเอาหนี้ที่รัฐบาลต้องเป็น มาหมุนเวียนเป็นหนี้ประชาชนดีกว่า ให้ประชาชนได้ใช้เงิน และเมื่อเงินออกจากระบบภาคอีสานก็ทำให้การจ้างงานหายไป สังเกตได้ว่าคนอีสานต้องไปทำงานในกรุงเทพฯ เพราะที่บ้านไม่มีงานทำ

ผมไปหลายที่ที่มีปู่ย่าตายายเลี้ยงหลานตัวเล็กๆ คนวัยทำงานไปอยู่กรุงเทพฯหมด ฉะนั้น คนที่เก่งและฉลาดหายตามเงินไปหมด ฉะนั้นจึงจะขอดึงกลับมาภาคอีสาน เพื่อให้ภาคอีสานมีเงินหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและมีงานทำ คนอีสานจะได้อยู่กับครอบครัวเพื่อให้สังคมมีความเข้มแข็งขึ้น ดีกว่าพ่อแม่ไม่อยู่ อยู่แต่ปู่ย่าตายาย เด็กโตขึ้นมาก็ติดยา ทั้งนี้ เราต้องสร้างความแข็งแรงของระบบการศึกษาด้วย เหมือนที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไปไม่กี่วัน คือเมื่อเราได้เงินของลอตเตอรี่มาเราก็จะนำมาซื้อให้เด็กได้ไปเรียนต่อ อีกส่วนก็จะนำไปทำซัมเมอร์แคมป์เพื่อให้เด็กได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือไม่ก็จ้างครูฝรั่งมาทำซัมเมอร์แคมป์ในประเทศไทย เพื่อให้เด็กไทยหรือเด็กอีสานได้เรียนกับครูฝรั่งบ้าง เพราะวันนี้โลกเป็นสากล ฉะนั้น จึงต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษรวมถึงวัฒนธรรมสากลทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องรีบทำ การที่จะทำโรงเรียนสองภาษาจะต้องมาทำในภาคอีสานมากขึ้น

โรงเรียนต้นแบบเราเคยทำครั้งหนึ่งคือหนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน วันนี้เราจะทำอีกครั้งแต่จะต้องจ้างครูต่างประเทศมาช่วย อีกอย่างที่ผมจะลองคือ ผู้หญิงอีสานทำไมถึงมีฝรั่งมาชอบเยอะแยะ เพราะความสวยของธรรมชาติบางครั้งมีเสน่ห์ ถ้าเราจะประกวดคนอีสานที่ไม่ผ่านการศัลยกรรมเลย แล้วนำคนอีสานที่ผ่านการประกวดแล้วไปฝึกสอนให้เป็นนางแบบระดับโลกดีหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้อีกทางให้คนอีสาน เช่น คนผิวดำแอฟริกาที่เป็นนางแบบระดับโลก ซึ่งความสวยงามอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน ทั้งหมดที่ผมพูดนั้น ขอเน้นที่คนอีสานก่อน

ส่วนเรื่องพื้นที่อีสานด้านการเกษตรก็เป็นเรื่องที่แน่นอนว่าเราต้องทำ แต่อีกเรื่องที่เรายังไม่ค่อยได้ทำคือการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งภาคอีสานน่าจะมีแร่ธาตุที่ดีหลายอย่าง อาจจะต้องมีการทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรม หรือเชิญชวนภาคเอกชนมาร่วมกันทำ นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นช่องทางที่จะฟื้นอีสานให้พ้นจากความยากจนได้ นั่นคือการสร้างคนอีสานให้เข้มแข็ง ให้มีความสมัยใหม่ สามารถควบคุมเอไอได้ และเข้าใจเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาความยากจนและสร้างเม็ดเงินให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของภาคอีสาน นี่เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ แต่ต้องขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนที่จะต้องเริ่มฝึกและปรับปรุงคุณภาพของคนอีสาน เพื่อให้เขามีรายได้มากกว่ารายได้ขั้นต่ำที่เป็นแรงงานทั่วไป รวมถึงจะพัฒนาโอท็อปอีกครั้งเพื่อให้เป็นโอท็อปสมัยใหม่ เพื่อให้สามารถทำเงินให้คนอีสานได้อีกครั้งโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต