หน้าแรก การเมือง กกต.เชียงใหม่...

กกต.เชียงใหม่ ชี้ ส.ว.ก๊อง เสียเปรียบค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง 4 เท่า เหตุลาออกก่อนครบวาระ

22.12.24 | 23:34 น.

กกต.เชียงใหม่ ชี้ ส.ว.ก๊อง เสียเปรียบค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง 4 เท่า เหตุลาออกก่อนครบวาระ แจง ‘ทักษิณ-พิธา’ ช่วยหาเสียงได้ กระตุ้นลงคะแนน คาดใช้สิทธิ 75%

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการรับสมัครนายกอบจ.และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)เชียงใหม่ ในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ว่า ได้ซักซ้อมการรับสมัครนายกอบจ.และส.อบจ.42 เขต 25 อำเภอแล้ว หากมาก่อนเวลา 08.30 น.ถือว่ามาพร้อมกัน ถ้าผู้สมัครตกลงกันไม่ได้ ต้องจับสลากหมาย
เลขหาเสียง ส่วนผู้ที่มาหลังเวลา 08.30 น. จะได้หมายเลขผู้สมัครลำดับถัดไป จากผู้ที่ได้จับสลากหมายเลขดังกล่าวแล้วตามลำดับ ซึ่งการสมัครดังกล่าว เริ่มวันที่ 23-27 ธันวาคม รวม 5 วัน ค่าสมัครนายกอบจ. คนละ 30,000 บาท ส.อบจ. คนละ 2,000 บาท เลือกตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

การรับสมัครดังกล่าว คณะกรรมการกกต.ประจำอบจ. 5 คน และเจ้าหน้าที่ เตรียมพร้อมรับสมัคร 100 % แล้ว ซึ่งในวันสมัครวันแรก กองเชียร์สามารถมาให้กำลังใจ มอบดอกไม้ และชูป้ายสนับสนุนได้ ถ้าผู้สมัครได้หมายเลขแล้ว สามารถติดหมายเลขที่รถแห่และป้ายผู้สมัคร เพื่อหาเสียงได้ทันที

Advertisement

นายนพดล กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีผู้สมัครนายก อบจ. 2 ราย คือ นายพิขัย เลิศพงษ์อดิศร หรือ ส.ว.ก๊อง อดีตนายก อบจ.ในนามกลุ่มเพื่อไทยเชียงใหม่ กับนายพันธ์อาจ ชัยรัตน์ ว่าที่ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ซึ่งผู้สมัครดังกล่าว ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง ส.อบจ. ครบ 42 เขต ทั้ง 2 ทีม รวม 84 คน และมีผู้สนใจสมัคร ส.อบจ.อิสระ ที่มาสอบถามและขอใบสมัคร รวมกว่า 100 คนแล้ว

สำหรับการกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของผู้สมัครนายก อบจ.หากอยู่ครบวาระ กกต.กำหนดค่าใช้จ่าย รวม 33.75 ล้านบาท กรณีนายพิชัย ลาออกก่อนครบวาระ 2 วัน กำหนดค่าใช้จ่าย รวม 9 ล้านบาทเท่านั้น น้อยกว่าผู้สมัครใหม่เกือบ 4 เท่าตัว ส่วนผู้สมัคร ส.อบจ. 42 เขต กำหนดค่าใช้จ่ายเขตละ 1.5 ล้านบาท/รายเท่านั้น

นายนพดล กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งก่อน มีผู้สมัครนายก อบจ. 6 ราย ส.อบจ.140 ราย มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 3,000 หน่วย กำหนดมีใช้สิทธิลงคะแนนหน่วยละ 600-800 คน เนื่องจากเป็นช่วงโควิด ทำให้มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 72% ครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 2,700 หน่วย ลดลงจากครั้งก่อนกว่า 300 หน่วย จึงกำหนดใช้สิทธิลงคะแนนหน่วยละ 1,000 คน เพราะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 500,000 ครอบครัวรวมกว่า 1.2 ล้านคน จากประชากร 1.7 ล้านคน ซึ่งใช้เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้ง 30,000 คน คาดมาใช้สิทธิ 75% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยใช้งบจัดการเลือกตั้งกว่า 90 ล้านบาท

“กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาช่วยนายพิชัย หาเสียง และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ช่วยหาเสียงนายพันธ์อาจ นั้นสามารถทำได้ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฏหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เชื่อว่ากระตุ้นใช้สิทธิมากขึ้นซึ่งผู้สมัครนายก อบจ.ต้องส่งหรือแจ้งรายชื่อผู้ช่วยหาเสียงให้ กกต.ทราบ เพราะเกี่ยวข้องค่าใช้จ่ายเลือกตั้งด้วย” นายนพดล กล่าว