ชาวอุบลฯพ้อ คนชุมพรอึ้ง! แก้ท่วมไม่ได้ ดันอยากเพิ่มเขื่อน ยื่นคำขาด รธน.ต้องได้แก้
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร สมัชชาคนจน ร่วมด้วยเครือข่ายภาคประชาสังคม จัดกิจกรรม ‘เบิกฟ้ารัฐธรรมนูญใหม่ ตอน คนจนเขียนรัฐธรรมนูญ’ ระหว่างวันที่ 23-24 ธันวาคมนี้
เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงานโซน ‘ตลาดบ้านป่า’ มีการออกร้าน จำหน่ายสินค้าพื้นบ้านจากพี่น้องสมัชชาคนจน และองค์กรเครือข่าย อาทิ พืช ผักพื้นบ้านตามฤดูกาล สินค้าแปรรูป อาหารพื้นบ้านที่หารับประทานได้ยาก พร้อมเมนูสุดพิเศษบุฟเฟต์ขนมจีนน้ำยาพื้นบ้านกว่า 20 ชนิด ซึ่งล้วนเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาทั้งจากรัฐและเอกชน ครบทั้ง 4 ภาคของไทย เหนือ ใต้ออก ตก โดยมีประชาชน นักเรียน นักศึกษาย่านพระนคร ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเลือกซื้อสินค้าและอาหารกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรอบพื้นที่

ในส่วนของบริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีการจัด ‘นิทรรศการ’ สะท้อนเรื่องราวการต่อสู้ของคนจน อาทิ สารคดีชุดรัฐธรรมนูญคนจน โรงเรียนเกษตรนิเวศ สิทธิเกษตรกร นิทรรศการภาพถ่ายผู้หญิงชาวนา และเรื่องเล่าคนสู้เหมือง ไปจนถึงตั้งแสตนดี้ผู้ต้องหาการเมือง ที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว เพื่อเรียกร้องการนิรโทษกรรมประชาชน ในคดีการเมือง
ต่อมาเวลา 17.05 น. มีการรำลึกถึง ‘นักต่อสู้สมัชชาคนจน’ ด้วยการยืนสงบนิ่ง 1 นาที

เวลา 17.20 น. มีการปราศรัย “คนจนอยากเขียนรัฐธรรมนูญใหม่” โดยในตอนหนึ่ง นางสมปอง เวียงจันทร์ ตัวแทนเครือข่ายเขื่อน (ที่สร้างแล้ว) กล่าวว่า ประเด็นเขื่อนปากมูล จ.อุบาลราชธานี ทำไมถึงสู้ไม่หยุด การที่เราพยายามเข้าถึงทรัพยากรของตัวเองนั้นยากเหลือเกิน เขาไม่เคยอธิบายให้เราฟังว่าจะสร้างเขื่อนใหญ่เท่าไหร่ จนมีการระเบิดแก่ง ทำให้เห็นว่า อำนาจไม่ว่าจะนายกฯ คนไหน ทุกสมัย ไม่เคยถามประชาชนเลยว่าอยากทำอะไรให้ทำ ทำให้เราลำบากจริงๆ จนร่วมกันผลักดัน ทั้งมาชุมนุมและเรียนกฎหมายด้วย ทั้งๆ ที่แม่น้ำที่เขาเอามาสร้างเขื่อน ก็เป็นของสาธารณะ เราจึงคัดค้านเขื่อนปากมูล
“พอทดลองว่าจะจ่ายค่าชดเชยไหม 37 ปี ไม่เห็นชีวิตดีขึ้นเลย การจัดการน้ำที่ผ่านมาล้มเหลว ยังจะมีการสร้างเขื่อนไหม ดิฉันไม่เห็นด้วย ถ้าไม่แก้ปัญหาเขื่อนเก่าชุมชนต้องการจัดทรัพยากรน้ำของเขาเอง แต่รัฐกลับมองว่าเป็นขุมทรัพย์มหาศาล ทำอย่างไรเราถึงจะมีส่วนร่วมในการผลักดัน ต้องอาศัยกฎหมาย ซึ่งเราพากันเดินขบวนไปบอกรัฐบาลหลายรอบ ร่วมมือกับคนเมืองจนสำเร็จ อย่าลืมว่า บ้าน นา ที่ทำมาหากิน ที่หาปลาของเราอยู่ตรงนั้น คุณอยู่กรุงเทพฯ จะไปวางแผนให้คนชนบทได้อย่างไร ต้องให้เราที่อยู่ตรงนั้นจัดการชีวิตตัวเองได้ ทำอย่างไรให้คนไทยมีความมั่นคงทางอาหาร ความเป็นอยู่ มั่นคงทางที่อยู่อาศัย รัฐจึงไม่ควรมากำหนดความเป็นเจ้าของขนาดนั้น เพราะบางคนกลายเป็น ไม่มีที่อยู่” นางสมปองชี้
นางสมปองกล่าวต่อไปว่า เขื่อนเก่ายังไม่แก้ อย่าสร้างเขื่อนใหม่ ที่อยู่ใกล้ๆ ลาว เขื่อนสานะคาม ปัญหากำลังรุมเร้า เราอยากมีส่วนร่วมเขียนแผนผังชุมชม ให้รัฐยอมรับ กฎหมายและความเป็นอยู่ของชุมชน ‘เพราะรัฐไม่มั่นคง ถ้าประชาชนไม่มั่นคง’
“เราพยายามติดต่อผ่านโซเชียล ให้รัฐธรรมนูญ 40 ได้ฟื้นคืนชีพ ถ้ายังเป็นแบบนี้นับวันเราจะล้มเหลว คนจนจะจนมากขึ้น แล้วเราจะไปอยู่ไหน อย่านิ่งนอนใจ เราต้องรวมตัวกัน เพื่อที่จะมีอำนาจต่อรอง ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ได้ในอนาคต” นางสมปองกล่าว

ต่อมา 17.35 น. น.ส.วัชรี จันทร์ช่วง หรือ ปุ้ม ตัวแทนเครือข่ายเขื่อน (ที่ยังไม่สร้าง) กล่าวว่า ในเรื่องทรัพยากรในพื้นที่ ตนอยากบอกว่ารัฐไม่ต้องยุ่ง
“เรื่องทรัพยากรเราจัดการเองได้ คุณไม่ต้องเสือก รัฐบาลต้องคำนึงถึงชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องให้มาก
ที่ชุมพร น้ำท่วม คุณแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ดันบอกว่าอยากสร้างเขื่อน มันสูญเสียแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ รัฐธรรมนูญต้องกินได้ ดังนั้น การสร้างเขื่อนไม่ใช่ทางออกในการบริหารจัดการน้ำโดยตรง ดูอย่างเขื่อนปากมูล สร้างมากี่สิบปีไม่ได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องได้เลย คุณยังจะสร้างเขื่อนใหม่อีก เราต้องการให้ยกเลิก สร้างเขื่อนท่าแซะ ก็ยังเบิกงบมาสร้าง” คุณวัชรีกล่าว
คุณวัชรีกล่าวต่อว่า ทรัพยากรที่มี เราสมควรอนุรักษ์ไว้ ตอนนี้ไทยแทบจะไม่มีพื้นที่ป่าอยู่แล้ว เพราะเอื้อให้นายทุนเป็นส่วนมาก รัฐธรรมนูญเราต้องเป็นคนร่างเอง เพราะเรารู้ว่าในพื้นที่ อะไรควร-ไม่ควรอนุรักษ์

ด้าน น.ส.อุทุมพร กำมะลวน ตัวแทนเครือข่ายป่าไม้ ท่าเคย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงการใช้พื้นที่ป่า เพื่อเอื้อนายทุน ในการขายคาร์บอนเครดิต ทั้งที่ชาวบ้านมั่นใจว่าดูแลทรัพยากรได้ดีกว่า ผู้ที่นั่งเซ็นอยู่ที่โต๊ะ
“เราใช้ชีวิตอยู่กับป่า ดูแลป่ามาตลอด แต่เพราะรัฐเห็นโอกาส เห็นเม็ดเงิน ต่อไปถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราจะไม่มีส่วนร่วม ป่าจะสูญหาย ทรัพยากรต่างๆ จะหมดไป เราต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเรามีส่วนร่วม ไม่ใช่รัฐบาลแก้อยู่ฝ่ายเดียว โดยมองข้ามประชาชน” น.ส.อุทุมพรกล่าว

ขณะที่ นางภัทราภรณ์ แก่งจำปา ตัวแทนเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ เริ่มจากการร้องเพลง เราจะทำตามสัญญา ก่อนปราศรัยถึงปัญหาผลกระทบจากเหมืองแร่
บรรยากาศเวลา 18.35 น. มีการแสดงดนตรีหมอลำ วงของพ่อเทิน ทารัตน์ หมอแคนปากมูน สมถวิล เขียวหวาน และ เจ้าพ่อสี่ไห ทองมัย มาลี
โดยหลังแสดงจบ ตัวแทนจากเขื่อนสิรินธร กล่าวอวยพรให้สมัชชาคนจน อยู่ดีแม่แรง หายเจ็บป่วย โชคดีมีชัย ถูกรางวัลที่ 1 ขอให้โชคดีปัญหาของเราได้แก้ไขลุล่วงไปด้วยดี


