หน้าแรก การเมือง แพทองธาร นำถก...

แพทองธาร นำถก ครม.นัดส่งท้ายปี มอบ ‘ผ้าไทย-เนกไท’ ของขวัญปีใหม่ให้ รมต.

24.12.24 | 11:41 น.

‘นายกฯ’ นำถก ครม.นัดส่งท้ายปี มอบ ‘ผ้าไทย-เนกไท’ เป็นของขวัญปีใหม่ให้ รมต.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ธันวาคม ที่บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ให้แก่ประชาชน โดยนายกฯปฏิเสธตอบคำถาม กรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะมาขอฟังคำตอบกรณีเอ็มโอยู 44 โดยระบุว่า เดี๋ยวจะมีคนตอบให้

จากนั้นนายกฯได้เดินดูผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและได้ลองใส่ผ้าพันคอลายเกาะแก้ว จ.เพชรบุรี พร้อมกล่าวว่า ผ้าไทยมีสวยๆ เยอะ พร้อมแนะนำให้ตั้งกลุ่มในแพลตฟอร์มเพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้ง่าย และนายกฯยังได้ดูผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นนำมาผสมสมุนไพรและผ่านการวิจัย เช่น ยาสีฟันสมุนไพรข่อยอัดเม็ดจากสมุย และสเปรย์น้ำแร่ที่นายกฯสนใจเพราะใช้กับเด็กได้โดยไม่แพ้ ก่อนหยิบแจกให้รัฐมนตรี

เวลา 10.00 น. นายกฯเป็นประธานการประชุม ครม. โดยสวมเสื้อผ้าในธีมสีแดงขาว ต้อนรับเทศกาลปีใหม่และวันคริสต์มาส เพื่อเตรียมร่วมกิจกรรมกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลในช่วงเย็นวันเดียวกัน

Advertisement

ทั้งนี้ ในการประชุม ครม.ได้มีการแลกของขวัญปีใหม่ โดยนายกฯจะมอบกล่องจุ่มผ้าไทยย้อมคราม ลายขอพระราชทานของของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ดอนกอยโมเดล จ.สกลนคร มามอบให้ ครม. โดยจะให้รัฐมนตรีผู้หญิงสุ่มเลือกผ้าตัดชุด 2 เมตร ส่วนผู้ชายจะเป็นเนกไท จิม ทอมป์สัน เป็นของขวัญปีใหม่

ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมผลิตภัณฑ์โดยฝีมือของคนพิการ จากศูนย์ส่งเสริมอาชีพคนพิการ หรือโรงงานปีคนพิการ เป็นกระเป๋าผ้าปักชื่อของ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แต่ละรัฐมนตรี มามอบให้กับ ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมี ครม.แจ้งลา 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์

สำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจ อาทิ กระทรวงการคลัง เสนอโครงการสนับสนุนเงิน 10,000 บาท ให้แก่ผู้สูงวัยที่มีอายุเกิน 60 ปี คาดว่ามีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 3.2 ล้านคน วงเงินราว 3.2 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น เสนอมาตรการ Easy e-Receipt เพื่อเป็นการสนับสนุนการบริโภคในประเทศ ซื้อสินค้าและบริการ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท สำหรับปีภาษี 2568 เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-28 ก.พ.68 โดยสินค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการได้ สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ ค่าบริการบรรจุไฟฟ้ายานพาหนะ ซื้อรถจักรยานยนต์ ซื้อจักรยาน ค่าซื้อเรือ ค่าบริการไฟฟ้า ค่าบริการน้ำประปา ค่าเบี้ยประกัน ค่าบริการมือถือ ค่าบริการอินเตอร์เน็ต ทองคำ จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เป็นต้น

รวมถึงเสนอออกสลากการกุศล วงเงิน 10,000 ล้านบาท งวดละ 11 ล้านฉบับ เป็นระยะเวลา 2 ปี วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา (ODOS) ช่วยให้เด็กและเยาวชน มีโอกาสไปศึกษาต่างประเทศ คาดเริ่มออกสลากได้ตั้งแต่เดือน ก.พ.

นอกจากนั้น จะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรา และยกเว้นรัษฎากร ซึ่งเป็นมาตรการภาษีในการสนับสนุนคนไทย ที่มีศักยภาพที่ทํางานในต่างประเทศ ให้กลับเข้ามาทํางานในประเทศ

ด้านกระทรวงมหาดไทย จะเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย รวม 32 ตำแหน่ง แบ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด 25 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการกระทรวง 7 ตำแหน่ง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง