จุลพันธ์ เผย ครม.เห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลุ่มผู้สูงอายุ วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท คาดดำเนินการทันก่อนวันที่ 29 ม.ค.68
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 24 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้สูงอายุให้มีโอกาสเข้าถึงการใช้จ่ายที่จำเป็น โดยการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
- ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ”
- ผู้ที่มีสัญชาติไทย และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
- จ่ายเงินกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 10,000 บาทต่อคน
- เร่งจ่ายเงินครั้งแรกในเดือนมกราคม 2568 ผ่านบัญชี “พร้อมเพย์”
ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลุ่มผู้สูงอายุ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ กรอบวงเงินงบประมาณกำหนดไว้ 4 หมื่นล้านบาท และมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดูรายละเอียดเพื่อดำเนินการ โดยยึดกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ” อายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีเงินฝากตามกติกาที่เคยกำหนดไว้
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ส่วนการรับสิทธิจะรับผ่านทางระบบ “พร้อมเพย์” จึงขอเชิญผู้สูงอายุที่อยู่ในเกณฑ์กลุ่มนี้ เมื่อถึงเวลาที่มีการประกาศให้ไปผูกพร้อมเพย์ให้เรียบร้อย คาดว่าจะดำเนินการทันก่อนตรุษจีน คือวันที่ 29 ม.ค.68 แน่นอน และจะพยายามให้เร็วกว่านั้น ส่วนการลงทะเบียนในกลุ่มอื่นๆ เช่นกลุ่ม Non-Smartphone คาดว่าจะดำเนินการได้ช่วงหลังปีใหม่ โดยจะกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง
นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ถือเป็นหนึ่งในของขวัญปีใหม่ของกระทรวงการคลังที่ให้พี่น้องประชาชน ซึ่งกระทรวงการคลังมีของขวัญปีใหม่ 3 อย่าง ส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว คือการช่วยเหลือเรื่องปัจจัยการผลิตให้พี่น้องชาวนาผ่านโครงการ 1,000 บาทต่อไร่ วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ส่วนที่สองคือการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลุ่มผู้สูงอายุผ่านกรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท และโครงการลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt 2568 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบแล้วเช่นกัน โดยมีการปรับเปลี่ยนกรอบอย่างแรก คือสามารถลดหย่อนภาษีได้ 50,000 บาท โดยแบ่งเป็นสองตะกร้า ตะกร้าแรก 30,000 บาท ในส่วนของการจับจ่ายใช้สอยทั่วไป ส่วนที่สอง 20,000 บาท กำหนดไว้ว่าต้องใช้กับวิสาหกิจชุมชนโอท็อปที่มีการลงทะเบียน ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงต้นปีกำหนดกรอบเวลาไว้ 16 ม.ค.-28 ก.พ.68
“จะเห็นได้ว่าปลายไตรมาส 3 ช่วงเดือน ก.ย. เรามีการเติมเงินให้กลุ่มเปราะบาง ช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ.จะมีเม็ดเงินจาก 3 โครงการดังกล่าว เราพยายามรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจส่งผ่านจากปีที่แล้วจนถึงต้นปี 2568 เพื่อเป็นความหวังให้พี่น้องประชาชน” นายจุลพันธ์กล่าว

