เรียงคนมาเป็นข่าว:ชโลทร/ภาพข่าวสังคม วันที่ 26 ธันวาคม 2567
●…สัปดาห์สุดท้ายของการทำงานปี 2567 มาถึงแล้ว หลังจากนี้จะหยุดยาว กลับมาอีกทีเปลี่ยน พ.ศ.ไปแล้ว เข้าสู่ปฏิบัติการของ “แผนงานปีใหม่” ซึ่งต่างมีความหวังว่าอะไรต่ออะไรจะดีขึ้น แม้เงื่อนไขหลายอย่างในทุกด้านจะออกอาการไว้ใจไม่ได้ก็ตาม
●…ในทางการเมืองที่เข้าสู่โหมด “เลือกนายก อบจ.และ ส.จ.” ที่เห็นได้ชัดว่านับจากนี้การหาเสียงจะเข้มข้นด้วยถ้อยคำที่ร้อนแรงขึ้น พร้อมๆ กับการวางเกมที่ช่วงชิงความแหลมคม การปะทะกันในเชิง “วิชั่นผู้นำ” ระหว่าง “คนรุ่นเก่าเก๋าเกม” อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” กับ “คนหนุ่มเปี่ยมดีกรี” แบบ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” จะชวนติดตามยิ่งขึ้นเมื่อเกม “ศึก อบจ.” พัฒนาสู่ “การเมืองในภาพรวม” ไม่ต่างอะไรกับการเลือกตั้งใหญ่ “แนวคิดและอุดมการณ์ในการบริหารจัดการท้องถิ่น” จะถูกหยิบขึ้นมานำเสนอ เพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบ แม้จะพูดกันคนละครั้ง แต่รูปแบบการนำเสนอของสื่อที่แข่งขันกันสูง ทำให้ไม่ต่างจาก “ดีเบต”
●…แม้ฉายาที่ “นักข่าวทำเนียบ” ตั้งให้ “คนในคณะรัฐมนตรี” จะเป็นเรื่องราวที่สื่อพากันพูดถึง แต่เป็นที่รู้กันว่า “ไม่ได้เป็นอะไรที่ต้องซีเรียส” ยิ่งยุคนี้ “ชี้นำอะไรไม่ได้” คนที่ติดตามต่าง “มีความคิดของตัวเอง” และมี “ช่องทางที่จะสื่อสาร” ไม่ต่างกัน ไม่ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย การตั้งรับของ “แพทองธาร ชินวัตร” ต่อทั้ง “ฉายารัฐบาล และฉายาตัวเอง” ด้วนอารมณ์ที่ไม่ถือสา นั่นนับว่าถูกแล้ว “ฉายา” แม้จะเป็นปีที่ผู้คนเห็นว่าตั้งได้ดีที่สุด ก็ไม่ทำให้นักการเมืองคนไหน
ต้อง “สะเทือน” ได้
●…“จุดดำจุดเดียวบนแผ่นกระดาษขาว” คนที่มุ่งเพ่งย่อมเห็นแต่ “สีดำ” ทั้งที่มี “พื้นที่ขาว” มากมาย ที่ไม่เห็นเพราะไม่เผื่อใจมอง คือ “ทัศนคติ” ที่นำเสนอโดย “นายกฯแพทองธาร” เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทยฝึกใจ พร้อมตอกย้ำโดยขอให้ “มีพลังงานดีๆ มีจิตใจสดใสเบิกบาน มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ ง่ายๆ ใกล้ตัวได้”
●…แม้ไม่ยอมรับตรงๆ ว่า “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ที่ดัชนีดิ่งเหวต่อเนื่องมาตลอดปี เพราะการบริหารจัดการที่ทำให้ “นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น” แต่เมื่อ “ซีอีโอ-อัสสเดช คงสิริ” พูดถึงภารกิจปีหน้าว่าจะเป็น “เรียกคืนความเชื่อมั่น” โดยวางไว้ 4 เป้าหมาย คือ “พบทำผิดจัดการทันที-จริงจังกับมาตรการตรวจสอบ-ใช้เทคโนโลยีมาช่วยจับสัญญาณผิดปกติ-เร่งสื่อสารให้นักลงทุนรับรู้ความผิดปกติให้เร็ว” ได้แต่ขอให้ทำสำเร็จ หากเพิ่มการ “ลงโทษคนโกงให้หนัก”
จะ อนุโมทนา สาธุ!
●…หลังผลักดันมาแรมปี “นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท” ทั่วประเทศ “รมว.แรงงาน-พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ทำสำเร็จอย่างที่ตั้งใจแค่ 4 จังหวัดกับอีก 1 อำเภอ “ภูเก็ต-แปดริ้ว-ชลบุรี-ระยอง
และเกาะสมุย” ส่วนจังหวัดที่เหลือขึ้นให้ลดหลั่นกันไป ตามที่ “คณะกรรมการไตรภาคี” เห็นว่าเหมาะสม เริ่ม “1 ม.ค.68” เป็นของขวัญปีใหม่ แต่นั่นเป็นเรื่อง “ทางการ” ด้วยในความเป็นจริงการจ้างงานในหลายจังหวัดไปไกลกว่านั้นแล้ว ด้วยไม่มีทางที่ “จะใช้ชีวิตกันได้ด้วยค่าแรงแค่นั้น”
●…ยังเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งที่จะฝ่าด่านการต่อต้านของ “กลไกที่ออกแบบไว้เบรกความต้องการของผู้ที่มาจากอำนาจประชาชน” แม้จะเรียก “คณะรัฐมนตรี” ว่า “ผู้นำบริหารประเทศ” แต่หาก “อำนาจที่ซ้อนอยู่” ไม่เอาด้วย ยากที่จะ “บริหารประเทศได้” ล่าสุดการยืนยันแต่งตั้ง “กิตติรัตน์
ณ ระนอง” เป็น “ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ” แม้จะผ่านฉลุยมาทุกด่าน แต่ที่สุดถูกน็อกเอาต์ ตามที่ถูกต่อต้านหนักมาตลอดทาง ให้รู้กันว่า “ยุคสมัยเช่นนี้ อำนาจจริงอยู่ที่ใคร”
ชโลทร







