หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : เดิมพันสูง

27.12.24 | 12:32 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : เดิมพันสูง

การลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ หาเสียงช่วยผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในนามพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ของอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชน

ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิการเมืองท้องถิ่น “การเลือกตั้งนายก อบจ.” ให้กลายเป็นสมรภูมิแข่งขันดุเดือดไม่แพ้การเลือกตั้งระดับชาติ

การเลือกตั้งนายก อบจ.คราวนี้ มีเพียง 47 จังหวัด อีก 29 จังหวัดมีการลาออกก่อนครบวาระจึงได้จัดการเลือกตั้งไปก่อนนี้แล้ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครเพียง 5 วัน ตั้งแต่ 23-27 ธันวาคม 2567 และกำหนดวันกาบัตรเอาไว้วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ที่ถูกจับตา คือ จังหวัดที่เป็นการท้าชนกันของ “พรรคประชาชน กับ พรรคเพื่อไทย” ประมาณ 10 กว่าจังหวัด

Advertisement

“เชียงใหม่” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจ เพราะพรรคเพื่อไทย จะแพ้เสียไม่ได้ สะท้อนได้จากการขึ้นเวทีปราศรัยของอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ทุ่มสุดตัวแบบจัดหนักจัดเต็มถึง 4 เวที เพื่อขอให้ชาวเชียงใหม่เทคะแนนให้ “พิชัย เลิศพงศ์อดิศร” หรือ ส.ว.ก๊อง ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ หมายเลข 2 แบบถล่มทลาย

โดยครั้งที่ผ่านมา ส.ว.ก๊อง ชนะเลือกตั้งมาได้ด้วยกว่า 4 แสนคะแนน

ส่วน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชน เน้นเดินพบปะประชาชนเพื่อขอคะแนนให้กับ “พันธุ์อาจ ชัยรัตน์” ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ หมายเลข 1 โดยชูจุดขาย เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีพลัง
นำความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี มาแก้ไขปัญหาให้ชาวเชียงใหม่ให้มากที่สุด

แม้การลงพื้นที่ช่วยหาเสียงเลือกนายก อบจ.ของอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาจะมีสถิติที่สวยหรูชนะแบบ 100%

ตั้งแต่ชัยชนะในอุดรธานีที่ “ศราวุธ เพชรพนมพร” คว้าเก้าอี้นายก อบจ.อุดรธานี ด้วย 327,487 คะแนน ชัยชนะของ “กานต์ กัลป์ตินันท์” ด้วย 387,456 คะแนน รักษาเก้าอี้นายก อบจ.อุบลราชธานี เอาไว้ได้อีกสมัย

แต่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นสำคัญทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ก่อนจะถูกพรรคก้าวไกล ตีแตกชนะการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2566 โดยสามารถคว้า ส.ส.ไปได้ถึง 7 ที่นั่ง จาก 10 ที่นั่ง

จนถึงตอนนี้ยังฟันธงไม่ได้ว่าผลสุดท้ายใครจะสมหวัง

ระยะเวลาที่เหลืออีกราว 1 เดือนเศษ ก่อนจะถึงวันกาบัตร คงจะได้เห็นการลงพื้นที่ และการต่อสู้กันอย่างเข้มข้น ของทั้ง 2 พรรค ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือ “ชัยชนะ”

พรรคประชาชน ต้องการปักธงให้ได้ในสนามนายก อบจ. โดยมีเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เป็นความหวังสูงสุด

ส่วนพรรคเพื่อไทย ไม่ได้หวังแค่รักษาเก้าอี้ให้ ส.ว.ก๊องอีกสมัย แต่มีเป้าหมายทวงคืน ส.ส.ทั้ง 10 เขต ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

จึงเป็นเดิมพันที่สำคัญของทั้งสองพรรค และเดิมพันที่สูงของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

สุพัด ทีปะลา