หน้าแรก การเมือง ปภ.เผยโอนเงิน...

ปภ.เผยโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปัตตานี สงขลา นราธิวาส พัทลุง 166,795 ครัวเรือน

28.12.24 | 14:48 น.

ปภ.เผยโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตาม มติ ครม.รอบที่ 3 ประชาชนในพื้นที่ จ.ปัตตานี สงขลา นราธิวาส พัทลุง โอนสำเร็จรวม 166,795 ครัวเรือน รวม 1.5 พันล้าน

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567 เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม และได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณ และดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่ง ปภ. ได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับจังหวัดที่ประสบภัยในการเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด โดยข้อมูลล่าสุดธนาคารออมสินได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัย รอบที่ 3 สำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จ.ปัตตานี สงขลา นราธิวาสและ พัทลุง รวมโอนเงินสำเร็จรวม 166,795 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,501,155,000 บาท (โอนเงินเมื่อวันที่ 25, 26,27 ธันวาคม) รวม 5 จังหวัด 26 อำเภอ โดยคาดว่าจะทำการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยรอบที่ 4 ของจ.กระบี่ ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือฯ ในวันที่ 3 ม.ค.68

นายภาสกร กล่าวว่า โดยจากข้อมูลการโอนเงินของธนาคารออมสินที่ผ่านมา 3 รอบ พบว่ายังมีปัญหาการโอนเงินไปยังผู้ประสบภัยไม่สำเร็จ เนื่องจากประชาชนยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน และสถานะทางบัญชีไม่ปกติจำนวนกว่า 2,000 ครัวเรือน จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนทำการตรวจสอบการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย หากยังไม่ได้ผูกบัญชีฯ ขอให้ติดต่อธนาคารใดก็ได้เพื่อดำเนินการผูกบัญชีโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องในการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ประสบภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็ว

นายภาสกร กล่าวต่อว่า สำหรับ 16 จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567 เพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ธํนวาคม ปภ.ขอเน้นย้ำให้จังหวัดเร่งดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียน ที่ยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือฯ ให้เป็นไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่กำหนด และให้จังหวัดประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่ให้มีการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือซ้ำซ้อน โดยผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยต้องเข้าเงื่อนไขที่ ครม. กำหนด คือประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยนาท บุรีรัมย์ สมุทรสาคร และสิงห์บุรี จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในห้วงวันที่ 20 พฤษภาคม-2 พฤศจิกายน

นายภาสกร กล่าวอีกว่า และประชาชนในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ ตรัง พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในห้วงวันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไปเท่านั้น และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสองกรณี กรณีแรก คือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินเสียหาย และกรณีที่สองที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมเกิน 7 วัน ในกรณีที่ถูกน้ำท่วมหลายครั้งจะได้รับความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว

Advertisement