หน้าแรก การเมือง กทม. เตรียมพร...

กทม. เตรียมพร้อมรับมือเคานต์ดาวน์ 5 จุดหลัก คาดคนนับแสนแห่ดู ‘ลิซ่า’

29.12.24 | 06:40 น.

กทม. เตรียมพร้อมรับมือเคานต์ดาวน์ 5 จุดหลัก คาดคนนับแสนแห่ดู ‘ลิซ่า’


เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงตรวจติดตามการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ สำหรับบริการประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ที่สถานีขนส่งสายใต้ โดยไม่แจ้งภารกิจ โดยติดตามการตรวจวัดแอลกอฮอล์ สารเสพติด ของพนักงานขับรถ กำชับให้เข้มงวดตามมาตรฐาน พร้อมแนะนำให้พนักงานขับรถควรสับเปลี่ยนกะตามระยะทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และส่งประชาชนถึงบ้านโดยปลอดภัย ทั้งนี้ น.ส.แพทองธารให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ให้บริการช่วยเหลือ และคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และทักทายพูดคุยกับประชาชน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน และเจ้าหน้าที่พนักงาน เข้ามาขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มาตรวจสอบความพร้อมของสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) เพราะเป็นอีกจุดที่สำคัญสำหรับการเดินทาง วันนี้มาตรวจเช็กปริมาณรถ มาตรฐานความปลอดภัยของรถ และคนขับรถ ว่ามีการเปลี่ยนกะ สลับคนขับ และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจเรื่องความปลอดภัยที่สุด

“ขอให้พี่น้องประชาชน เดินทางโดยสวัสดิภาพ ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับใช้เวลากับคนที่ท่านรักในวันหยุดยาวอย่างมีความสุข” น.ส.แพทองธารกล่าว

Advertisement

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 กล่าวว่า ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ประจำวันที่ 27 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ ศูนย์อำนวยการป้องกันฯ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน เกิดอุบัติเหตุ 322 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 318 คน เสียชีวิต 52 ราย

“สาเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 39.44% ตัดหน้ากระชั้นชิด 20.50% ยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 85.16% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 9.01% ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตสูงสุดช่วงอายุ 50-59 ปี 15.86% ถนนกรมทางหลวง 47.83% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 27.95% ช่วงเวลาเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 16.01-17.00 น. 41% จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,753 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,001 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 17 ครั้ง จังหวัดมีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดมีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 17 ครั้ง” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวอีกว่า เพื่อเสริมการให้บริการประชาชนในการเดินทาง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดตั้งจุดบริการ อาชีวะ ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน 150 จุด กระจายอยู่ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งถนนสายหลัก และสายรอง จุดบริการที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลักให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-00.00 น.และจุดบริการที่ตั้งอยู่บนถนนสายรองให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น.เพื่อให้บริการประชาชน และอำนวยความสะดวกในการเดินทางสัญจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ สำหรับจังหวัดเกิดอุบัติเหตุขึ้นในพื้นที่ ให้เพิ่มความเข้มข้นมาตรการในเชิงพื้นที่ เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนที่อาจเกิดขึ้น

นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการจัดงานเคานท์ดาวน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์บริการประชาชน ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) เขตจตุจักร ว่า งานเคาท์ดาวน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีงานใหญ่อยู่ 5 จุดหลัก และที่จัดงานทั้งหมดมี 14 จุด โดยปีนี้เป็นปีแรกที่นำ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2550 มาใช้ในการกำหนดแผนปฏิบัติการสำหรับการจัดงานใหญ่ ซึ่งมีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2568 ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า โดยผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ปลัด กทม.เป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์ และผู้อํานวยการเขตทั้ง 50 เขต เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการเหตุการณ์

“ได้ประชุมซักซ้อมความเข้าใจ ให้ออแกไนซ์เข้ามาชี้แจง ทวนสอบตรวจสอบจุดที่อาจจะมีปัญหาอุปสรรค ซึ่งทุกจุดมีความพร้อม แต่จุดที่อาจจะเยอะคือที่ไอคอนสยาม เพราะมี ลิซ่า หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลก มาร่วมงานที่นี่ ประเมินไว้ว่าจะมีผู้ร่วมงานหลักแสนคน” นางวันทนีย์กล่าว

ที่ บช.น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมติดตามความพร้อมแผนการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การจัดงานเทศกาลปีใหม่ ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยกำชับการปฏิบัติ 1.แผนการปฏิบัติต่างๆ จะต้องนำไปถ่ายทอดให้ถึงผู้ปฏิบัติเพื่อทราบ และเข้าใจอย่างถูกต้อง 2.การตั้งจุดคัดกรอง ต้องให้ครอบคลุมทางเข้า-ออก ทุกด้านของพื้นที่จัดงาน 3.การอำนวยการจราจรโดยรอบพื้นที่ที่จัดงาน ต้องบริหารจัดการให้เรียบร้อย 4.ให้ดูแลการจราจรทางน้ำ และต้องมีแผนเผชิญเหตุทางน้ำด้วย 5.ตรวจสอบและกวดขันการจุดพลุ ดอกไม้เพลิง รวมทั้งการป้องกันระวังเหตุเพลิงไหม้ 6.ตรวจสอบและติดตามหากมีกรณีการยิงปืนขึ้นฟ้า และ 7.ให้ควบคุมดูแลโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วงเทศกาลปีใหม่ เช่น โครงการร่วมใจ ยกระดับความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0), โครงการลดอุบัติเหตุทางถนน อย่างเคร่งครัด