หน้าแรก การเมือง ราเมศ อัดแรงเ...

ราเมศ อัดแรงเด็จพี่ กล่าวให้ร้ายนายหัวชวน ไล่ตักน้ำใส่กะโหลก ไปดูเงาเจ้านายตัวเอง

1.01.25 | 12:56 น.

“เด็กชวน” สวนทุกหมัด “เด็ดพี่” ลิเกโสโครกรับปีใหม่ ไล่ ตักน้ำดูใส่กะโหลกเงาเจ้านายตัวเองก่อน เว้นแต่ไม่มีสมอง “ราเมศ” ยัน ชวนไม่ใช่ฤาษี ไม่ใช่พระ ไม่ต้องขึ้นธรรมาสน์เทศ ชี้เท้าที่ไม่สะอาดคือพยายามวิ่งเต้น ข่มขู่ศาล

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 นายราเมศ รัตนะเชวง อดีตเลขานุการประธานรัฐสภา ในฐานะเลขานุการ นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวพาดพิงนายชวน กรณีที่นายชวนได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2568 ว่า ความจริงตนไม่อยากออกมาพูดถึงนายพร้อมพงศ์ เพราะคำพูดนายพร้อมพงศ์ ไม่มีสาระที่พอจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนเลย ลิเกโสโครกรับปีใหม่ แต่มีการให้ร้ายนายชวนหลายเรื่อง ถ้าไม่ออกมาพูดนายชวนจะเกิดความเสียหายได้ นักการเมืองที่ดีควรเปิดใจรับฟังความเห็นต่าง ถ้าจะปกป้องนายควรตักน้ำใส่กะโหลกแล้วชะโงกดูเงาว่าเจ้านายมีจิตวิญญาณและพฤติกรรมเป็นอย่างไร ก็จะเห็นความจริง เว้นเสียแต่มีแต่กะโหลกแต่ไม่มีสมองก็จะออกมาใช้สำนวนโวหารทำตัวเหมือนคนสะอาด

นายราเมศกล่าวต่อว่า การเหลื่อมล้ำ ละเมิดหลักความถูกต้องชอบธรรม กรณีชั้น 14 ที่นายชวนได้ออกมากล่าวคือเรื่องจริงที่สังคมรับรู้ดีว่าเป็นอย่างไร สุดท้ายเรื่องนี้ขอให้ติดตามจะมีคนติดคุกอีกหลายคน และรัฐบาลทั้งนายกตัวจริงและตัวปลอมก็จะพังไปพร้อมๆ กัน นายชวนเป็นนักการเมืองที่เชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย ในภาคปฏิบัติของการทำงานการเมืองไม่มีเรื่องทุจริต ส่วนเจ้านายของนายพร้อมพงศ์อ้างประชาธิปไตยเพื่อเข้าสู่อำนาจเท่านั้น เพราะชัดเจนว่าเข้ามาเพื่อทุจริตกอบโกยผลประโยชน์

นายราเมศกล่าวอีกว่า นายชวนไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่ขัดแย้งกับความไม่ถูกต้อง ขัดแย้งในแนวทางการทำการเมืองที่ยึดประโยชน์ของตนและครอบครัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม มีการทุจริต การเลือกปฏิบัติกับประชาชน การใช้นโยบายที่ก่อให้เกิดความรุนแรงต่อประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ปรากฏชัดด้วยหลักฐาน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ยากที่จะถูกลบเลือนไปด้วยกาลเวลา นายชวนทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศมากมาย ที่บอกว่ารัฐบาลสมานฉันท์ ก็ขออวยพรให้รัฐบาลของนายพร้อมพงศ์โชคดี ส่วนเรื่อง MOU44 เชื่อว่าสักวันความจริงก็จะปรากฏว่าใครที่คิดถึงประโยชน์ของตนเองมากกว่าประเทศ

นายราเมศกล่าวต่อว่า ส่วนที่บอกว่าสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา อดีตนายกฯ นายชวนไม่เคยค้านเรื่องอะไรเลยนั้น ก็ไม่เป็นความจริง นายชวนได้ท้วงติงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเสมอ นายพร้อมพงศ์น่าจะติดคุกอยู่ จึงไม่ได้ติดตามข่าวสาร และที่บอกว่านายชวนพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นนั้น ต้องบอกว่าความชั่วพูดเอาใส่คนอื่นไม่ได้ เพราะความชั่ว ความโกงเป็นโดยกำเนิด ความชั่วปรากฏให้เห็นในคำพิพากษาว่าทุจริตก็มี ไม่มีใครพูดใส่เลย แต่เกิดจากการทำของตัวเองทั้งสิ้น

Advertisement

“ที่นายพร้อมพงศ์กล่าวหานายชวนทำตัวเป็นฤาษี ขึ้นธรรมาสน์ไม่ล้างเท้า กระจกไม่มี ดีแต่พูดนั้น นายชวนไม่ได้เป็นฤาษี ไม่ได้เป็นพระ ไม่ต้องขึ้นธรรมาสน์ แต่มือสะอาดซื่อสัตย์ไม่โกงกินชาติบ้านเมืองแน่นอน เท้าที่ไม่สะอาดคือเท้าที่ไปพยายามวิ่งเต้นศาล ข่มขู่ ทำลายศาล ทำตัวสกปรกให้แปดเปื้อนกระบวนการยุติธรรม เท้าที่พยายามวิ่งเต้นข่มขู่ตุลาการสกปรกยากที่จะล้างออก นั่นถึงจะต้องเรียกว่าไร้ยางอายของแท้ ความจริงถ้าไม่พาดพิงกล่าวหานายชวน ผมก็ไม่อยากออกมาตอบโต้ในช่วงปีใหม่ เพราะถือเป็นวันที่ดี และไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเลย แต่เมื่อกล่าวหาด่าทอกัน ผมในฐานะเลขาก็จำเป็นต้องออกมา” นายราเมศกล่าว