⦁…สวัสดีปีใหม่ 2568/2025 ประเทศไทยติดท็อปชาร์ตการ “เคาต์ดาวน์” ที่อลังการระดับโลก ด้วยการเชิญ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล มาขึ้นเวที และกิจกรรมอื่นอีกมากมาย อากาศเย็นเป็นใจให้ทุกอย่างไหลไปด้วยดี แต่พลุ ประทัด ดอกไม้ไฟตามถนน ชุมชนบ้านเรือนเยอะไปหน่อย ทำไฟไหม้ หมาแมวหาย เตลิดไปโดนรถชนก็ไม่น้อย เป็น “ความสนุก” ที่น่าจะต้องสร้าง “ข้อจำกัด” กันบ้าง เพื่อความปลอดภัยโดยรวม และเพื่อบรรยากาศที่ดีของการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญ
⦁…เข้าสู่เดือนที่ 4 ของ “ครม.แพทองธาร ชินวัตร” ที่รับช่วงต่อจาก เศรษฐา ทวีสิน การเมืองปีใหม่ 2568 อุณหภูมิ “ร้อนๆ หนาวๆ” น่าจับตาหลายเรื่อง เสียงคำรามจากผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนยันว่า “มี.ค.” นี้ คือดีเดย์ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลแพทองธาร” ก็ถือว่าประมาทไม่ได้ เพราะฝ่ายค้านชุดนี้ เข้าสภามาเป็น “อันดับ 1” แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาลด้วยปัญหาหลายอย่าง เป็นพรรคคนรุ่นใหม่ที่มี “พลัง” ในการทำงาน สังเกตจากการ “กระทู้ถาม” หรือ “การอภิปราย” ในวาระต่างๆ มีการทำงาน “ข้อมูล” ที่เป็นระบบ ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างเข้มข้น
⦁…ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก ที่จะเกิดในเดือน มี.ค. จะเข้ามาเพิ่ม “ความเข้มข้น” ให้กับการเมืองไทยปีนี้ หลังจากยื่นสมัคร รับเบอร์กันตอนปลาย ธ.ค. พอฉลองปีใหม่เสร็จปั๊บ บรรดาผู้สมัคร “นายก อบจ.-ส.อบจ.” ต้องนับถอยหลัง ลุ้นผลเลือกตั้งใน “วันเสาร์ที่ 1 ก.พ.2568” กันทันที บรรยากาศการหาเสียงตลอดเดือน ม.ค.2568 น่าจะดุเดือดไม่น้อยในหลายจังหวัด จาก “47 จว.” ที่มีการชิงนายก อบจ. อย่าง “เชียงใหม่” ที่ต้องปะทะกันระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ประชาชน” เป็นรายการ “ล้างตา” หลังจากเพื่อไทยเพลี่ยงพล้ำในคราวเลือกตั้งใหญ่ พ.ค.2566
⦁…แต่หลายๆ พื้นที่ อาจไม่ทุ่มเทกันมากนัก อาจจะเพราะ “แนวโน้ม” หรือ “ความได้เปรียบ” ของผู้สมัครเบอร์ใหญ่มีความชัดเจนไปแล้ว อาจเกิดการ “จับเข่า” เพื่อ “ยั้งๆ” ดีกรีการแข่งขันให้อยู่ในระดับ “พอดี” ส่วนเรื่องการจับมือฮั้วกันนั้น ต้องระวังกันให้ดี เพราะ “ประชาชน” ปัจจุบันนี้ ต้องการเห็น “การเมือง” ที่ “โปร่งใส” ต่อสู้กันในแสงสว่างอย่าง “เปิดเผย-ตรงไปตรงมา” ใครไม่เดินแนวทางนี้ อาจเจอการลงทัณฑ์จาก “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” เมื่อการแข่งขันใหญ่ๆ อย่างเลือกตั้ง ส.ส.มาถึง
⦁…เลือก อบจ.รอบนี้ เป็นโอกาสเช็กเรตติ้งของแต่ละพรรค จากผล “นายก อบจ.-ส.อบจ.” แต่ก็ต้องใช้เทคนิคในการประเมินพอสมควร เพราะเลือก “อบจ.” มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง อย่างเช่น “แบรนด์” ของพรรคอาจเกี่ยวและไม่เกี่ยว ไปจนถึง “ระบบบ้านใหญ่” ซึ่งการเมืองสมัยใหม่ “ระบบบ้าน” เริ่มสั่นคลอนเหมือนกัน เพราะมี “บ้านใหม่” ที่มีน้ำเลี้ยงดีมาท้าทาย ความรู้สึกของประชาชน ที่อยากเห็น “อะไรใหม่ๆ” ในการเมืองใกล้ตัวก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยมากำหนด
⦁…การเมืองไทย ยังเดินไปข้างหน้าไม่ค่อยถนัดนัก ด้วยการฉุดดึงจาก “พลังเก่าๆ แก่ๆ” ฝ่ายอนุรักษนิยม ที่ยังติดกับการเมืองและกรอบรูปลักษณ์ แบบ “ข้าราชการประจำ” ขณะที่รัฐบาลและการเมือง กำลังเป็นห้วงเวลาของ “คนอีกรุ่น” ปัญหานี้น่าจะยืดยาวยืดเยื้อต่อไป การปลุกประเด็น “ชาตินิยม” จากหลายๆ ปัญหา ทำให้เห็น “ความคึกคัก” จากพลังเดิมๆ การปะทะทางความคิด และวาทกรรม ผ่านสื่อต่างๆ โซเชียลมีเดีย และ “กลุ่มไลน์” จะมีให้เห็นกันตลอด เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากในสังคมที่ “เดินผ่านความขัดแย้ง” มาโดยตลอด โดยไม่มีการแก้ไขความขัดแย้งเหล่านี้ เพราะมีคนที่ “ได้ประโยชน์”
⦁…มองจากฝั่งรัฐบาล ถือว่าการทำงาน “เดินหน้า” ไปพอสมควร “อย่างเงียบๆ” โดยใช้ “คนรุ่นใหม่” ในระบบราชการเอง และจาก “ภาคธุรกิจ” มาช่วยงานไม่น้อย “ภาระหนัก” ของทีมงานเหล่านี้ คือ กระตุ้น-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งเสริมภาคธุรกิจ พัฒนาระบบการเงินดิจิทัล การลงทุนในธุรกิจไฮเทค อุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเกษตร “ทีมงาน” ของ เศรษฐา ทวีสิน จำนวนหนึ่ง ยังรับช่วงทำงานต่อให้ “นายกฯอิ๊งค์” และเป็นพื้นฐานให้กับการผลักนโยบายเรือธง ไม่ว่าจะเป็น “เงินดิจิทัลวอลเล็ต” ไปจนถึง “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” และอื่นๆ ที่จะตามมา








