ไอซ์ รักชนก อัดแรง พายุ ชื่นชมนายกฯ ดูถูกคนธรรมดา ใช้แบรนด์เนม ด้านเจ้าตัว ไม่ยอมโต้คืน
จากกรณีที่ นายพายุ เนื่องจํานงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่น X ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส 1.3 หมื่นล้านบาท โดยมีหนี้สิน 4.4 พันล้านบาท
โดยระบุว่า “เมื่อได้เห็นบัญชีทรัพย์สินของ นายกฯอิ๊งค์ กันแล้ว ก็ควรเลิกปรามาสการใช้ชีวิตและวางตัวของท่าน เมื่อเทียบกับพฤติกรรมของคนบางกลุ่มที่มีทรัพย์สินไม่ถึง 0.5% ของท่านนายกฯ แต่กลับนิยมใช้ของแบรนด์เนม/ใช้ชีวิต“ติดแกลม” กันใหญ่.. สังคมควรย้อนกลับไปตั้งคำถามกับบุคคลเหล่านั้นมากกว่าว่าพวกเขา “live within your means” (ดำรงชีวิตตามฐานะ) หรือไม่? ไม่ใช่มัวมาเพ่งเล็งที่นายกฯ ที่มีทรัพย์สินหลักหมื่นล้านแต่ก็ยังสั่งซื้อกางเกงฝีมือคนไทยตัวละ 200 บาทใน TikTok มาใส่ทำงาน”
ทำให้ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กวิจารณ์แรง ความคิดเห็นของ นายพายุ โดยมีเนื้อหาดังนี้ … พาลไปดูถูกประชาชนคนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำซะแล้ว คนธรรมดาที่เกิดในครอบครัวฐานะไม่ดีมาก แต่พยายามทำงานเก็บเงินทำทุกวิถีทางเพื่อขยับฐานะทางสังคมของตัวเอง นานๆทีจะเก็บเงินซื้อแบรนด์เนมเป็นของขวัญให้ตัวเองได้สักชิ้น อ่านแล้วรู้สึกยังไง
คนประเภท… แต่หน่ายงาน โดยปกติผู้บริหารที่ฉลาดมักจะรักษาระยะห่าง แต่องค์กรไหนที่เลี้ยงดูคนแบบนี้จนมีตำแหน่งแห่งที่แซงหน้าคนทำงาน เป็นไปได้ว่าเจ้านายอาจมีอาการของ Narcissistic Personality
ทั้งที่ มีทรัพยากรเหลือเฟือในการเลือกคนดีมีความสามารถมาทำงาน คนที่ภาพลักษณ์ดีๆมีผลงานในพรรคก็มีให้เลือกอีกตั้งเยอะ แต่ก็ยังเลือกคนที่เลียเก่งที่สุดมาเป็นรองโฆษก”
ล่าสุด นายพายุ ได้โพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่น X โต้กลับ น.ส.รักชนก โดยมีเนื้อหาดังนี้ “หากอ่านโพสต์ผมแล้วไม่เข้าใจ ควรกลับไปอ่านใหม่ก่อน ที่จะมาบิดเบือนคำพูดของผม แล้วดูหมิ่นพร้อมพาลดูถูกทั้งผม และท่านนายกฯเช่นโพสต์ข้างล่างนี้ครับ.. จึงขออธิบายให้เข้าใจทีเดียว
ผมไม่ได้ดูถูกประชาชนในโพสต์นั้น “คนบางกลุ่ม” ที่ผมพูดถึงคือกลุ่มคนที่ใช้เรื่องฐานะ และการใช้เครื่องแต่งตัวแบรนด์เนมของท่านนายกฯมาโจมตี/ต่อว่าท่านว่า “อวดรวย” บ้าง “ไม่ติดดิน” บ้าง นำมาปรามาสท่านนายกฯ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือเพราะอคติทางการเมืองแต่พวกตนเองกลับทำเสียเอง
เหล่า “คนรากหญ้า” ที่หาเช้ากินค่ำที่คุณหยิบยกมาบิดเบือนว่าผมได้ดูถูก พวกเขาคงไม่ได้จะมา “ใช้ชีวิตติดแกลม” ตามที่ผมได้กล่าวถึงในโพสต์แรกของผม.. แต่มันเป็นการกล่าวกลุ่มคนที่ specific จริงๆจากที่ผมได้ระบุไปในโพสต์.. แต่คุณก็ยังจะมาพยายามยัดเยียดว่าผมนั้นได้ “ดูถูก” ประชาชนเหล่านั้นซึ่งเป็นเรื่องที่เท็จ
การเก็บเงิน “ให้รางวัลตัวเอง” เป็นสิ่งที่ดี.. แต่มันต่างกันกับการใช้ชีวิตอย่างสุรุ่ยสุร่ายเกินขอบเขตโดยสิ้นเชิง ซึ่งสุดท้ายใครอยากทำอะไรกับเงินของเขาก็เป็นสิทธิของเขา เช่นเดียวกับที่เป็นสิทธิของท่านนายกฯ ผมแค่ point out ความย้อนแย้งของคนบางกลุ่มที่นำเอาเรื่องดังกล่าวมาโจมตีนายกฯเพราะการเมืองเท่านั้น..
คุณจึงต้องแยกให้ออกก่อน ผมถึงได้บอกให้คุณกลับไปอ่านโพสต์ของผมใหม่ครับ.. แทนที่ตัวคุณเองจะมา gaslighting ตีความดูถูกตัวผมไปว่า “เลียเก่ง” แถมยังพาลไปกล่าวหาว่าท่านนายกฯมีอาการทางจิต เพียงเพราะท่านเอาผมมาทำงานให้กับท่านและพรรค.. เหมือนกับคิดว่ามีคนทำงานเป็น ทำงานเก่ง อยู่เพียงแค่พรรคเดียว..? นอกจากนั้นคือมาด้วยเหตุผลอื่น
จึงจะขอฝากไว้เป็นความรู้ว่า ผมเริ่มทำงานการเมืองไทยตั้งแต่ปี 2009 (ภาพประกอบจากตอนนายกฯอภิสิทธิ์ เดินทางไป UNGA ที่นิวยอร์ค) แต่ต้องวางมือไป 10 ปีเพื่อดูแลสะสางธุรกิจที่บ้านแทนคุณแม่ที่เสีย ก่อนจะกลับมาทำงานการเมืองใหม่ในปี 2019 แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ก็ทำงานและมีประสบการณ์อยู่กับฝ่ายบริหารมาโดยตลอด
ดังนั้นก่อนคุณจะกล่าวหา/ปรามาสคนอื่นอย่างผิดๆ คุณควรทำความเข้าใจและศึกษามาให้ดีเสียก่อน เพราะหากคุณนั้นไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมโพสต์.. ก็สามารถที่จะตอบโต้ได้อย่างปัญญาชนเช่นที่ผมได้ทำในโพสต์นี้ โดยไม่จำเป็นต้อง “ด้อยค่า” “ดูหมิ่น” หรือ “ดูถูก” ทั้งผมและท่านนายกฯอย่างเสียๆหายๆในโพสต์ของคุณ.. เหมือนคิดว่าไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากคำพูดของตนเองแบบนี้ครับ”
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


