หน้าแรก การเมือง 10 วันอันตราย...

10 วันอันตรายปีใหม่ ดับรวม 436 ศพ เจ็บ 2,376 คน กรุงเทพฯเสียชีวิตสูงสุด 26 ราย

6.01.25 | 13:07 น.

10 วันอันตรายปีใหม่ดับรวม 436 ราย เจ็บ 2,376 คน กรุงเทพฯ ดับ 3 จว.ตายเป็นศูนย์ ศปถ.ถอดบทเรียนการทำงาน ขับเคลื่อนการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยทางถนนนตลอดทั้งปี

เมื่อวันที่ 6 มกราคม  ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ประจำวันที่ 5 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่สิบของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน โดยเกิดอุบัติเหตุ 139 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 128 คน ผู้เสียชีวิต 29 ราย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 34.53 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 24.46 และทัศนวิสัยไม่ดี ร้อยละ 20.86 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.67 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 85.61 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 50.36 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 20.86

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 19.01-20.00 น. ร้อยละ 10.07 เวลา 00.01-01.00 น. ร้อยละ 9.35 และ เวลา 18.01-19.00 น. ร้อยละ 8.63 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50-59 ปี ร้อยละ 18.47 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,762 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 49,750 คน

Advertisement

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี (8 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ปัตตานี พังงา และพัทลุง (จังหวัดละ 6 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี (จังหวัดละ 3 ราย)

นายทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 10 วันของการรณรงค์ (27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,467 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,376 คน ผู้เสียชีวิต รวม 436 ราย

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (89 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (100 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (26 ราย) และจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) 3 จังหวัด ได้แก่ ตราด ยะลา สมุทรสงคราม

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น 10 วัน พบว่าตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุและจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ศปถ.จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับส่วนกลางและพื้นที่ ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และลดอัตราผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้จริง และเน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทำงานอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ และวันหยุดเท่านั้น ซึ่งต้องเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ และชาวต่างชาติทั้งที่เข้ามาท่องเที่ยวและเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมของผู้ขับขี่ อาทิ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การดื่มแล้วขับ การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกนิรภัย การตัดหน้ากระชั้นชิด และการขับรถย้อนศร

นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ศปถ.ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และอาสาสมัครทุกท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติภารกิจสร้างความปลอดภัยทางถนนให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่เป็นพลังสำคัญในการรณรงค์สร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยให้ทุกการเดินทางของประชาชนในทุกช่วงเวลา เพื่อให้การเดินทางปลอดภัยตลอดทั้งปี

นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 กล่าวว่า ศปถ.ขอให้จังหวัดขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยใช้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนในทุกระดับ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และให้ความรู้หลักการใช้พาหนะอย่างปลอดภัย

อาทิ การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ การขับขี่ยานพาหนะอย่างถูกต้อง และการจัดทำประกันภัย เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน และการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือเพียง 12 คน ต่อแสนประชากรได้จริง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดหวัดต้องถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยให้วิเคราะห์ข้อมูลในทุกมิติ เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการการดำเนินงานแก้ไขปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งด้านพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ด้านความปลอดภัยของยานพาหนะ ด้านถนน และด้านสภาพแวดล้อม ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และนำแนวทางการปฏิบัติงานของอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิต มาเป็นต้นแบบในการปฏิบัติงาน รวมถึงให้บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัคร ขับเคลื่อนการดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนต่อเนื่องตลอดทั้งปี

นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ในปีนี้ฝ่ายเลขานุการฯ ได้สรุปข้อสังเกตจากการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 เพื่อให้คณะอนุกรรมการทั้ง 8 คณะ ได้นำไปพิจารณากลั่นกรองก่อนจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ท้ายนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยเริ่มต้นจากการไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ ตลอดจนการเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ขับรถตามกฎจราจร และมีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว