หน้าแรก การเมือง สรวงศ์ ฝาก ทู...

สรวงศ์ ฝาก ทูตจีน เคลียร์ปมปล่อยข่าวไทยไม่ปลอดภัย ชี้ ให้ตร.สอบสวน หลังพบ ซิงซิง

7.01.25 | 12:51 น.

สรวงศ์ ฝาก ทูตจีน เคลียร์ปมปล่อยข่าวไทยไม่ปลอดภัย ชี้ ให้รอตำรวจสอบสวน หลังพบตัว “ซิงซิง” รับ กระทบท่องเที่ยวระยะสั้น พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้ติดตามกรณี ซิงซิง ดาราจีน สูญหาย ชายแดนไทย-เมียนมา เพราะเป็นเหตุสะเทือนขวัญและกระทบการท่องเที่ยวว่า เรื่องของ ซิงซิง ตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบ ได้มีการกำชับมายังตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมประสานไปที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้รับคำยืนยันว่าเดินทางเข้าประเทศไทยจริง และได้มีการประสานไปยังสถานทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อติดตาม ซึ่งพบตัวตั้งแต่เย็นวานนี้ (6 ม.ค.) โดยได้รับการประสานจากทางการเมียนมา และจะมีการส่งมอบตัวข้ามแดนให้กับไทยภายในวันนี้

ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่เป็นครั้งแรก ส่วนในการสืบสวนสอบสวนทางตำรวจจะออกมาชี้แจงอีกครั้งว่า ซิงซิงเข้ามาทำงานจริงหรือไม่ หรืออาจขาดการติดต่อ หรือเป็นการหลอกลวงตั้งแต่ต้นทาง ประเทศไทยถือเป็นเป้า และตนได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยแล้ว และอยากให้สถานทูตช่วยด้วยเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการปล่อยข่าวที่ประเทศจีนว่ามาประเทศไทยไม่ปลอดภัย

“ยอมรับว่ากรณีที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กรณีแรก ขอให้รอฟังความชัดเจนจากตำรวจหลังจากรับตัว แล้วจะดำเนินการอย่างไร พร้อมทั้งยอมรับว่ากระทบการท่องเที่ยว พอเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ไม่ใช่ระยะยาว ทั้งนี้การพบตัวแล้ว เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงท่องเที่ยวฯ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ผมมั่นใจว่าคนที่เคยมาประเทศไทยแล้ว เข้าใจสถานการณ์” นายสรวงศ์กล่าว

เมื่อถามว่ากรณี นายชวน หลีกภัย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เคยเตือนปัญหาเหล่านี้ นายสรวงศ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านก็ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊งมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่แล้ว ซึ่งตนเป็น ส.ส.ชายแดน ได้ช่วยเหลือพี่น้องหลายคนได้กลับมา สัปดาห์หนึ่งจำนวนไม่น้อย

Advertisement

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าจะขจัดปัญหาเหล่านี้ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า เหตุเกิดน้อยลง แต่วิธีการก่อเหตุเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แต่ความเสียหายอาจเท่าเดิมหรือมากขึ้น เพราะจำนวนเงินที่มีการหลอกลวงแต่ละครั้งมีมูลค่ามากขึ้น ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา รวมถึงการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมมือกัน พร้อมทั้งยอมรับว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะทำกันเป็นกระบวนการ ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา ก็มี

นายสรวงศ์ยอมรับว่า ส่วนตัวก็เกือบโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเช่นกัน ดังนั้น ต้องช่วยกันกระจายวิธีการหลอกลวงใหม่ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปีนี้จะปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไปนั้น

นายสรวงศ์กล่าวว่า เป็นวิสัยทัศน์และเป็นเป้าหมาย ที่ต้องพยายามทำให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณพูดหรือใครพูดก็ตาม ซึ่งก็มีความคิดอยู่แล้วว่าอย่างไรก็ต้องปราบให้ได้ โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นปัญหากับประชาชน และทำให้เร็วที่สุด