หน้าแรก การเมือง ราเมศ ค้าน ร่...

ราเมศ ค้าน ร่างแก้รธน.ม.256 ฉบับ ปชน.ชี้เป็นร่างที่เปิดประตูแก้ไขเพิ่มเติม อาจลาม มาตรา 112 เชื่อไม่มีใครรับได้

7.01.25 | 14:07 น.

ราเมศ ค้าน ร่างแก้ไข รธน. ม.256 ฉบับ ปชน.  ชี้เป็นร่างที่เปิดประตูแก้ไขเพิ่มเติม ตัดทอน หมวด 1 หมวด 2 อาจลามถึง มาตรา 112 เชื่อไม่มีใครรับได้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายราเมศ รัตนะเชวง อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะนักกฎหมาย กล่าวถึง ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับพรรคประชาชน(ปชน.) เกี่ยวกับการแก้มาตรา 256 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคประชาชน ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้เพื่อให้รัฐสภาได้มีการพิจารณา ในวันที่ 14-15 มกราคม นั้น มีข้อพิจารณาที่น่าสนใจอยู่ไม่กี่ประเด็น ในประเด็นจำนวนคะแนนเสียงของ ส.ว.ในการลงมติในวาระที่สองและวาระที่สาม จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) รวมถึงที่มาของ ส.ส.ร ในประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันได้

“แต่สาระสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงเจตนาที่ซ่อนไว้ในร่างมาตรา 256/18 ที่กำหนดหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และได้กำหนดไว้ใน (2) บรรทัดที่สิบ ไว้เพียงกว้างๆว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำมิได้”นายราเมศ กล่าว

นายราเมศกล่าวว่า มีความหมายชัดเจนตามร่างของพรรคประชาชน คือสภาร่างรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอน หมวด1 และหมวด2 ได้ทั้งหมด ซึ่งถ้าไปดูรายละเอียดของหมวด1 และหมวด2 มีรายละเอียดเยอะมาก แต่จะขอยกมา 2 หลักการสาระสำคัญ คือมาตรา 6 ที่บัญญัติไว้ว่าองค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และวรรคสอง ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆมิได้ ซึ่งชัดเจนว่าร่างของพรรคประชาชนระบุไว้กว้างๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นแสดงว่า มาตรา 6 ก็สามารถแก้ไข เพิ่มเติม ยกเลิกได้ เพราะความจริงที่ผ่านมาการดำเนินกิจกรรมทุกองคาพยพตั้งแต่ของอนาคตใหม่ สู่ก้าวไกล สู่พรรคประชาชน มีความต้องการจะแก้ไข ยกเลิก ตัดทอน สิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับความพยายามในการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ยังไม่ได้ลดละความพยายามแต่อย่างใด การไม่ระบุให้ชัดถึงอำนาจหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญคือเจตนาที่แฝงอยู่อย่างชัดเจน

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อสภาสมัยที่ผ่านมา ซึ่งได้รวมเข้ากับร่างของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้น มีตนและนายชินวรณ์ บุญเกียรติ เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ มีร่างของพรรคเข้าร่วมพิจารณา ซึ่งทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ชาติไทยพัฒนา พลังท้องถิ่นไทย และอีกหลายพรรคระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับลงวันที่ 1 กันยายน 2563 ชัดเจนไว้ในร่าง มาตรา 256/13 วรรคห้า ว่า”การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด2พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะกระทำมิได้

Advertisement

“นี่คือการตั้งต้นที่มีความมั่นคง ชัดเจน ของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นเมื่อร่างของพรรคประชาชนเป็นเช่นนี้ การที่จะแสวงหาแนวร่วมจาก ส.ว.และพรรคการเมือง อื่นๆจึงยากยิ่ง และอย่าไปกล่าวหาเขาเหล่านั้นว่าขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเขาเห็นด้วยอยู่แล้วให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ น้ำหนักคะแนน ส.ว.เป็นเรื่องที่พอรับฟังกันได้ แต่เรื่องเดียวที่เชื่อว่าเขาเหล่านั้นจะรับไม่ได้และไม่เห็นด้วย คือร่างที่เปิดประตูไปสู่การแก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอน หมวด1 และหมวด2 ซึ่งจะลามไปถึง มาตรา 112 โดยส่วนตัวจึงไม่เห็นด้วยกับร่างของพรรคประชาชน เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ที่ผมออกมาพูดไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของบ้านเมืองที่สำคัญที่สุด”นายราเมศ กล่าว