หน้าแรก การเมือง ปธ.กกต. ชี้ &...

ปธ.กกต. ชี้ ‘ทักษิณ’ ก้ำกึ่งผิดกม. ใช้นโยบายรบ.หาเสียงอบจ. เผยยังไม่มีรายงานซุ้มมือปืน

8.01.25 | 12:37 น.

ประธาน กกต. ระบุ ‘ทักษิณ’ ก้ำกึ่งผิด กม. ใช้นโยบายรัฐหาเสียงเวทีท้องถิ่น พร้อมยังไม่มีรายงานซุ้มมือปืน เตือน ส.ส .-รมต.ช่วยหาเสียงจัดสรรไปนอกเวลาราชการ

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงการปราศรัยหาเสียงของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่มีการปราศรัยหาเสียงหยิบยกนโยบายของรัฐบาลไปพูดในเวทีว่า การหาเสียงจะต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ห้ามฝ่าฝืนกฎหมายและห้ามปราศรัยใส่ร้ายผู้อื่น ไม่เข้าข่ายหลอกลวง หากอยู่บนพื้นฐานดังกล่าวสามารถทำได้

เมื่อถามว่า สามารถหยิบยกนโยบายของรัฐบาลหาเสียงได้ใช่หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เป็นความก้ำกึ่งเพราะครั้งนี้การเลือกตั้ง อบจ. การพูดที่มีความเกี่ยวข้องอาจจะจำเป็น หรืออาจสามารถรับฟังได้ในบางครั้งแต่ทุกอย่างอยู่ในการรับรู้ตรวจสอบของสำนักงาน กกต.อยู่แล้วในทุกด้านและทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งปกติมีการมอนิเตอร์การปราศรัยอยู่แล้ว

“เนื่องจากมีรูปแบบการทำงานของสำนักงาน กกต.ทุกจังหวัด ขณะเดียวกันมีการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว เพราะฉะนั้นการติดตามการกระทำที่อาจจะเป็นการฝ่าฝืนการเลือกตั้งอยู่ในวิสัยที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานและรายงานตามลำดับชั้น ตอนนี้ยังไม่มีรายงานถึงความผิดปกติใด แต่คาดว่าการหาเสียงจะมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ” นายอิทธิพรกล่าว

เมื่อถามว่า ส.ส.กับรัฐมนตรีสามารถช่วยหาเสียงได้หรือไม่ ประธาน กกต.กล่าวว่า สามารถทำได้ แต่จะต้องแจ้งให้ กกต.ทราบว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียง หากหาเสียงในเวลาราชการก็จะต้องบริหารเวลาให้ดี เพราะอาจจะเข้าข่ายทำไม่ถูกตามระเบียบราชการ

Advertisement

เมื่อถามว่า นายทักษิณไปหาเสียงประกาศค่าไฟจะลดเหลือ 3.70 บาท และต่อมารัฐบาลขานรับจะเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า จะต้องดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งจึงไม่สามารถตอบในขณะนี้ได้ทันที เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวนสืบสวน หากเป็นคำร้องที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ของเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนที่ต้องดูว่าข้อเท็จจริงที่มีขึ้นว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายใดหรือไม่

ประธาน กกต.เผยว่า หากเห็นสมควรว่าต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก็มีการตั้งคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นกระบวนการปกติ มี 2 ชุด หากเป็นการทำฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งก็จะเป็นคณะกรรมการไต่สวนสืบสวน หากเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมืองก็จะเป็นการตั้งคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน

เมื่อถามเรื่องรายงานเกี่ยวกับซุ้มมือปืน นายอิทธิพรกล่าวว่า ซุ้มมือปืนได้ยินมาแต่เด็กๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากตำรวจทุกจังหวัด เพราะเป็นประเด็นที่ให้ความสำคัญ เอาใจใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเลือกตั้ง กกต.มีชุดเคลื่อนที่เร็ว ทำงานร่วมกับผู้ตรวจการเลือกตั้งและทีมงานระดับจังหวัด เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ประสานงานโดยปกติในพื้นที่ทุกที่

ประธาน กกต.กล่าวว่า หากบางแห่งมีความเข้มข้นมาก ตำรวจในจังหวัดขอความร่วมมือจากตำรวจในจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมีให้เห็นตัวอย่างแล้วในหลายจังหวัด เช่น จ.ชุมพร เมื่อ2 ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความเคลื่อนไหวใด ซึ่งอยู่ในกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายในด้านการข่าวให้มีความชัดเจนก่อน