กมธ.ความมั่นคง รับหนังสือ 2 สส.ปชน. ขอตรวจสอบมาเฟียต่างชาติ หลอกลงทุนในภูเก็ต ลั่นคนไทยต้องมีที่ทำกิน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ส.ส.ภูเก็ต เขต 3 พรรคประชาชน และ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน กรณีเครือข่ายมาเฟียต่างชาติที่หลอกลวงชาวต่างชาติมาลงทุนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต
นายเฉลิมพงศ์กล่าวว่า เรื่องเกิดจากมีชาวต่างชาติคาซัคสถานสนใจจะทำธุรกิจพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต โดยการเชิญชวนจากชาวต่างชาติยูเครน ซึ่งมีนอมินีเป็นคนไทย ได้มีการรับจดบริษัทโดยชาวต่างชาติคาซัคสถาน ได้โอนเงินผ่านธนาคารไทย มีจำนวนเงินกว่า 300,000,000 บาท เพื่อที่จะสร้างพูวิลล่า 12 หลัง แต่เมื่อปี 2562 กรณีที่จะมีการเรียกประชุมกรรมการบริษัทนั้น ก็ไม่ได้เป็นการเรียกประชุม และผลกำไรที่ต้องตอบแทนคืนในส่วนของหุ้นส่วนนั้น ชาวคาซัคสถานก็ไม่ได้รับผลตอบแทนแต่อย่างใด จึงทำให้มีการร้องเรียนต่อสถานทูต โดยมีการเรียกร้องความเป็นธรรมเนื่องจากถูกโกง รวมถึงถือหุ้น 49% และคนไทยถือหุ้นอีก 51% รวมถึงมีหน่วยงานราชการของไทยเอื้อผลประโยชน์ในเรื่องนี้ด้วย
โดยคนไทยที่เป็นนอมินีให้กับชาวยูเครนได้ทำหน้าที่เคลียร์ปัญหาต่างๆ กับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงซื้อตำแหน่งผู้กำกับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ผู้กำกับตำรวจในพื้นที่ ตั้งด่านสกัดไม่ให้ผู้รับเหมา รายอื่นเข้ามาทำธุรกิจหรือมาก่อสร้างในเขตเขตพื้นที่ หากมีการก่อสร้างในเขตพื้นที่โดยไม่มีการแจ้งให้บริษัททราบ ก็จะนำเรื่องไปให้ผู้กำกับตำรวจดำเนินการจับกุม เพื่อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตน ตนคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้ควรที่จะมีการจัดการ เพื่อที่จะทำให้การลงทุนใน จ.ภูเก็ต มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
นายฐิติกันต์กล่าวว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นโครงการก่อสร้างที่อยู่ในตำบลเชิงทะเล ที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนต่างชาติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก ตนจึงอยากให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะ จ.ภูเก็ต คือเกาะสวรรค์ และคนไทยต้องมีที่ยืน-ที่ทำกิน และขอให้มีการเร่งพิจารณาตรวจสอบ
นายรังสิมันต์กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า ปัญหาเรื่องมาเฟียหรือกลุ่มทุนสีเทาเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน และสะท้อนถึงระบบกฎหมายบ้านเมืองของเราและเชื่อมถึงข้าราชการของเรา เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้มาเฟียต่างๆ เติบโตได้ในประเทศของเรา เราจะต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ตนรับเรื่องนี้ไว้และจะมีการหารือกับกรรมาธิการต่อไป ขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมใช้ทุกกลไกที่เป็นไปได้ในการที่จะแก้ไขปัญหามาเฟียต่างชาติ และในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) ทาง กมธ.จะมีการพิจารณาเรื่อง ลูกเรือประมงไทยที่ถูกจับกุมยังประเทศเมียนมา เรื่องว้าแดง และเรื่องการค้ามนุษย์ รวมถึงจะมีการแถลงข่าวภายหลังการประชุมอีกครั้งหนึ่ง

