หน้าแรก การเมือง ศุภณัฐ แนะกฟน...

ศุภณัฐ แนะกฟน.โยกงบนำสายไฟลงดินให้กทม. จ้างผู้รับเหมา เผื่องานเดินเร็วขึ้น ปลื้ม หมอชิต2พัฒนาการดี

9.01.25 | 17:14 น.

ศุภณัฐ แนะ กฟน.โยกงบนำสายไฟลงดินให้ กทม. จ้างผู้รับเหมา เผื่องานเดินเร็วขึ้น ปลื้มหมอชิต 2 พัฒนาการดีขึ้น

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่โถงขั้น G อาคารสำนักงานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวว่า ในการติดตามปัญหาของพี่น้องประชาชนชาว กทม. ในปัจจุบันที่พบปัญหารถติดที่เป็นปัญหาหลัก และเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่แล้ว

“กทม.แม้ว่าจะมีสำนักการจราจรขนส่ง กทม. แค่อำนาจหน้าที่ในการจัดจราจร เรื่องสัญญาณไฟ เรื่องสัญญาณจราจร ส่วนอำนาจหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ การจัดการกลยุทธ์นโยบายขนส่งสาธารณะ จะไม่ได้อยู่ที่อำนาจของ กทม.เลย ด้านการวางกลยุทธ์ระบบราง ทุกอย่างก็จะอยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคม กทม.อาจจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้เพียงหน่วยงานเดียว หากไม่ได้การร่วมมือ ระหว่างกระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทาง กทม. ร่วมกัน” นายศุภณัฐชี้

นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า ด้านการพัฒนาทางเดินเท้าคุณภาพ 1,000 กม. ส่วนตัวมองว่า ทาง กทม.โฟกัสเรื่องทางเท้าเป็นหลัก ในอีกหนึ่งมุมก็เห็นใจ กทม. เพราะด้วยการทำงานเป็นการนำสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งทำโดยการไฟฟ้านครหลวง แต่ กทม.ในฐานะเจ้าภาพ ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ดี ทุกคนก็จะมาโยนที่ กทม.หมด เป็นความหลักเหลื่อมระหว่าง 2 หน่วยงาน

“ผมมีไอเดียว่า จะดีกว่าไหม ถ้าทางการไฟฟ้าในขั้นตอนที่นำสายไฟลงดิน ให้ผู้รับเหมาของตัวเองเป็นแค่ผู้นำสายไฟฟ้าลงดิน ดีกว่าไหม และถ้าการไฟฟ้ายกงบประมาณในส่วนนี้ให้ กทม. ทาง กทม.ก็จะจ้างผู้รับเหมาของตัวเองมาดูแลทำฟุตบาทและกำกับในเรื่องของคุณภาพ และการควบคุมระยะเวลา” นายศุภณัฐเผย

Advertisement

นายศุภณัฐกล่าวถึงเรื่อง บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส.ว่า ทางด้านหมอชิต 2 ที่มีการร้องเรียกและถูกปรับปรุงในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ผมดีใจ เพราะหมอชิต 2 มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แน่นอนว่ายังมีบางจุดที่ต้องพัฒนา แต่ดีใจที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับหมอชิต 2 แห่งนี้

ในขณะเดียวกันยังมีสถานีขนส่งอีกหลายแห่งที่ต้องการได้รับการปรับปรุง ทั้งต่างจังหวัด และปริมณฑล อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือปรับปรุงในส่วนอื่นๆ อีกด้วย

ด้านความเชื่อมั่นในประเทศไทย เป็น positive thinking ที่ดี ในการที่ทำให้พวกเราเชื่อมั่นและขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน ทั้งนี้ ต้องอาศัยทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาลเองก็ดี พรรคฝ่ายค้านเองก็ดี และภาคเอกชนเองก็ดี ในการร่วมมือผลักดันประเทศไทย” นายศุภณัฐทิ้งท้าย