หน้าแรก การเมือง ส.ว.พิสิษฐ์ จ...

ส.ว.พิสิษฐ์ จ่อโหวตคว่ำร่างแก้รธน. ม.256 ไล่คนยื่นร่าง อ่านคำวินิจฉัยศาลรธน.ให้รอบคอบ

10.01.25 | 16:07 น.

‘ส.ว.พิสิษฐ์’ เตรียมจัดเวทีชำแหละร่างแก้ รธน.ม.256 ซัดหั่นเสียง ส.ว.1 ใน 3 ออก ส่อขัดระบบประชาธิปไตย-การถ่วงดุล จ่อไม่เห็นชอบ แนะผู้ยื่นร่างกลับไปอ่านคำวินิจฉัยศาล รธน. ที่ 4/2564 ให้ละเอียดรอบคอบก่อน

เมื่อวันที่ 10 มกราคม นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เลื่อนการพิจารณาไปเป็นวันที่ 13-14 ก.พ. เนื่องจาก ส.ว.ขอเวลาศึกษาเนื้อหาให้รอบคอบว่า ในขั้นตอนของวุฒิสภานั้น เตรียมจัดเวทีเสวนาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญให้กับ ส.ว.โดยจะเชิญนักวิชาการ นักกฎหมาย รวมถึงผู้ที่เคยยกร่างรัฐธรรมนูญมามาให้ความรู้และความเข้าใจกับ ส.ว. ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จัดเวทีเพื่อให้ความรู้กับ ส.ว.ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้วรอบหนึ่งเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แต่เวทีที่จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นการนำเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอต่อรัฐสภามาพิจารณา

เมื่อถามถึงความเห็นต่อสาระในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ที่เสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่มีเนื้อหาแก้ไขที่ตัดเสียง ส.ว.จำนวน 1 ใน 3 ออกจากการเห็นชอบในชั้นรับหลักการและชั้นวาระสาม เพราะมองว่าขัดต่อหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ใช้ระบบสองสภา ต้องถ่วงดุลกัน

“ในการพิจารณากฎหมายทั่วไป ในชั้น ส.ส.ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง และต้องผ่าน ส.ว. ที่ต้องใช้เสียงครึ่งหนึ่งของ ส.ว. ซึ่งกฎหมายทั่วไปมีศักดิ์และสิทธิน้อยกว่ารัฐธรรมนูญ ดังนั้น การแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดและมีเกณฑ์กำหนดให้ใช้เสียงแค่ 1 ใน 3 ซึ่งถือว่าน้อยกว่ากฎหมายทั่วไปด้วยซ้ำ จึงขอถามไปยังผู้เสนอร่างว่า หากมองว่ามีเกณฑ์ใช้เสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. ทำให้รัฐธรรมนูญผ่านยาก จะยากตรงไหน เพราะจำนวน 1 ใน 3 ยังน้อยกว่าเสียงเกินกึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ” นายพิสิษฐ์กล่าว

นายพิสิษฐ์กล่าวด้วยว่า มองว่าหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้ง 2 พรรคดีจริงก็สามารถโน้มน้าว ส.ว.จำนวน 67 เสียงให้เห็นชอบได้แน่นอน ดังนั้น ในระบบการปกครองที่ใช้แบบสองสภาต้องการถ่วงดุลกันและกัน การตัดสิทธิ ส.ว.ออกไปนั้น ขอตั้งคำถามว่าถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยหรือไม่

Advertisement

เมื่อถามว่า มองการตัดเกณฑ์ 1 ใน 3 ของ ส.ว.ออกไปมีนัยแฝงหรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ขอย้ำว่าการปกครองของไทยใช้ระบบสองสภา ส.ส. และ ส.ว.ต่างมีหน้าที่ถ่วงดุลกัน ดังนั้น การกำหนดเกณฑ์ให้ใช้เสียง ส.ส. และ ส.ว.ในมาตรา 256 (3) และ (6) นั้น จึงเป็นการเขียนที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลกัน ส่วนที่ไปแก้ไขให้ใช้เกณฑ์ผ่านด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ ส.ว.ที่มี 200 คน จึงเทียบอะไรไม่ได้กับ ส.ส.ที่มี 500 คน ดังนั้น ส.ว.ไม่สามารถคัดค้านอะไรได้เลย ซึ่งตนไม่เห็นด้วยในการตัดเสียง ส.ว.ออกไป เพราะขัดกับสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ผ่านประชามติมาแล้ว การแก้ไขใดๆ ตามที่เสนอมานั้นถูกต้องหรือไม่

“ผมขอให้ผู้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูกลับไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 ให้ละเอียดและรอบคอบ และหวังว่าคงจะไม่ถอนออกไปก่อน ทั้งนี้ ผมไม่ทราบว่าขั้นตอนการพิจารณาหลังจากที่มีการบรรจุวาระต่อที่ประชุมแล้ว จะมีผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งผมคงไม่ไปดำเนินการ แต่เมื่อสามารถบรรจุวาระให้พิจารณาได้ ผมยินดีเข้าร่วมประชุม แต่ไม่เห็นชอบ” นายพิสิษฐ์กล่าว

ต่อข้อคำถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการพิจารณาจะมีการยื่นเอาผิดสมาชิกรัฐสภาประเด็นผิดจริยธรรม เพราะได้ทำสิ่งที่ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เข้าพบประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เขาย่อมมั่นใจว่าสิ่งที่ทำไปได้ไตร่ตรองรอบคอบแล้ว จึงมั่นใจว่าการประชุมรัฐสภาจะเกิดขึ้น ส่วนจะผิดหรือไม่ไม่ทราบ ไม่อาจก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ทราบว่าจะมีผู้ยื่นร้องหรือไม่