นายกฯอิ๊งค์ เปิดงานวันเด็กทำเนียบฯ แนะเด็กไทยเรียนรู้จากทุกโอกาส พร้อมให้กำลังใจ คนเป็นพ่อแม่ที่ดีต้องมีความสุข
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 11 มกราคม ภายหลัง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายกฯได้เดินทางต่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล โดยขบวนรถนายกฯจอดบริเวณประตู 1 ก่อนเดินลงรถและเดินเข้าไปยังตึกไทยคู่ฟ้า มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมารอต้อนรับ ระหว่างนั้นมีน้องๆ เข้าขอถ่ายภาพเป็นระยะ จากนั้นนายกฯไปยังห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำเด็กนักเรียน และเยาวชนจากบ้านเฟื่องฟ้า 10 คน ซึ่งเป็นเยาวชนผู้ได้รับการคัดเลือกโดยมีความสามารถ และเป็นเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มานั่งเก้าอี้นายกฯ พร้อมถ่ายภาพร่วมกับนายกฯ และรับของที่ระลึก
ต่อมา เวลา 10.00 น. นายกฯเดินจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกสันติไมตรี โดยมีขบวนกลองยาวจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) นำขบวนนายกฯ ทันทีที่นายกฯถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ได้ชมการแสดงฟ้อนบายศรีหลวง จากเด็กและเยาวชนจากบ้านเฟื่องฟ้า บ้านนนทภูมิ บ้านราชาวดีหญิง และบ้านราชาวดีชาย และการแสดงชุด Under The sea จินตลีลาประกอบเพลงโดยสมาคม เยาวชนจิตอาสาพัฒนา และบทเพลง Part of Your World ขับร้องโดย ด.ญ.อัยย์ ธรรมวาริน

จากนั้น นางสาวแพทองธารได้เดินต่อมายังตึกสันติไมตรี เพื่อเป็นประธานเปิดงานวันเด็ก โดยนางสาวแพทองธารกล่าวเปิดงานวันเด็กตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นปีแรกของตนในฐานะนายกฯที่ได้มีโอกาสมาเปิดงานวันเด็ก คำขวัญวันเด็กปีนี้ คือ “ทุกโอกาสคือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” ตนเป็นนายกฯที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย จริงๆ แล้วทุกโอกาส ถ้าเราสามารถเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์ต่างๆ คนต่างๆ ที่มีหลายอาชีพหลายประสบการณ์ โอกาสเหล่านั้นจะสามารถเพิ่มความรู้ให้เราได้ อันนั้นเป็นกำไรกับชีวิต เราสามารถหาความรู้ได้จากทุกภาคส่วน การที่เราเป็นคนที่รับฟังเปิดกว้างเราสามารถเรียนรู้ได้จากทุกคน โลกที่ปรับตัวอย่างรวดเร็วเราต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน การที่เรารู้ตัวและพร้อมปรับตัวเสมออันนั้นคือสิ่งดี อยากให้น้องๆ มีสิทธิเลือกอนาคตของตัวเอง ชอบอะไร อยากทำอะไรเพื่อสังคมเพื่ออนาคตของตัวเองก็ขอให้มีสิทธิเลือก แต่ก็อยากมีผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ คอยให้คำปรึกษาอยู่ข้างๆ เราก็จะดำเนินชีวิตได้อย่างมีสติมีข้อมูล และเลือกอนาคตที่เราชอบได้
ในส่วนของรัฐบาล ก็มีนโยบายโครงการ ODOS (โอดอส) 1 อำเภอ 1 ทุน ไม่น้อยกว่า 1,000 ทุนต่อรุ่น รวมถึงอยากให้เด็กไทยได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ ต่างประเทศก็จะมีนโยบาย โอดอส ซัมเมอร์แคมป์ มีระยะเวลา 5-6 สัปดาห์ เดินทางไปทั่วโลกครอบคลุมทั้ง 878 อำเภอ และ 50 เขตใน กทม. รวมแล้ว 928 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กไทยได้เปิดโลกกว้าง นำวัฒนธรรมต่างๆ มาปรับใช้ นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าต่อ มาตรการ “Thailand Zero Dropout” ให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาเข้าสู่ระบบ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ เราก็ดำเนินการต่อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กได้กลับมาศึกษาและเพิ่มโอกาสทำงานในอนาคต

นางสาวแพทองธารกล่าวว่า เด็กทุกคนมีวัยเด็กที่แตกต่างกัน พี่เองก็มีวัยเด็กที่แตกต่างจากน้องๆ สมัยก่อนไม่มีไอแพด โทรศัพท์ ไลน์ก็ไม่มี เรามีเทคโนโลยีแล้วก็จริง แต่อยากให้ใช้เวลากับคนที่อยู่ข้างหน้าด้วยจะได้เรียนรู้ความแตกต่างของเพื่อนๆ ได้นั้นคือสิ่งสำคัญของวัยเด็ก สำหรับผู้ปกครองที่อยู่ในที่นี้ มีคำพูดที่ว่าการเป็นพ่อแม่ที่ดีเป็นอย่างไร ตนมีลูกสองคนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นแม่ที่ดีแล้วหรือยัง เราให้เวลาลูกน้อยไปหรือเปล่า เราสอนลูกถูกไหม เราตามใจไปหรือเปล่า คุณพ่อคุณแม่อาจมีคำถามเหล่านั้นในใจซึ่งเข้าใจได้
แต่ตนได้ยินมาคำหนึ่งแล้วรู้สึกชอบ และเป็นกำลังใจให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ คือคำว่า “พ่อแม่ที่ดี คือพ่อแม่ที่มีความสุข” ตนมั่นใจว่าพ่อแม่ในห้องนี้เป็นพ่อแม่ที่มีความสุข ซึ่งจะสะท้อนมาถึงลูก เราเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แต่พ่อแม่ที่มีความสุขที่ซัพพอร์ต และให้กำลังใจลูกอยู่เสมอ คือพ่อแม่ที่ลูกของเราต้องการ ขอให้กำลังใจพ่อแม่ทุกท่านเลี้ยงลูกให้เป็นความสุขของเขา และเป็นความภูมิใจที่เราได้เห็นพวกเขาเติบโตขึ้นทุกวันอย่างสมวัย วันเด็กปีนี้ขออวยพรทุกท่านเติบโตมีสุขภาพแข็งแรงเป็นเด็กๆ ที่สดใส มีคุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้องที่ห่วงใยดูแล มีเพื่อนที่ดี เรียนเก่งๆ อยากได้อะไรขอให้ได้ตามนั้น และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต


