หน้าแรก การเมือง ส.ส.ปชน. กังว...

ส.ส.ปชน. กังวล หากรบ. ดัน เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หวั่น เป็นฮับสีเทาระดับโลก

14.01.25 | 15:54 น.

ส.ส.ปชน. กังวล หากรบ.ดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หวั่น เป็นฮับสีเทาระดับโลก เหตุ ไทยบังคับใช้กม.หละหลวม-เลือกปฏิบัติ แนะกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่รัฐสภา นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ผ่านร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบริการครบวงจร หรือ พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า ตนมีข้อวิตกกังวลในการมีกาสิโนในประเทศไทย หากรัฐบาลจะยังคงยืนยันผลักดันกฎหมายดังกล่าว โดยสภาพทั่วไปของประเทศไทย รัฐบาลยังปล่อยให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่หละหลวมและเลือกปฏิบัติ คอร์รัปชันยังเต็มไปหมดในทุกระดับ

เห็นว่าหากมีการเปิดกาสิโนในประเทศไทยจะกลายเป็นฮับระดับโลกในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ อบายมุข ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การคอร์รัปชันทุกรูปแบบ แม้กระทั่งการทวงหนี้โหดที่เคยเกิดขึ้นในมาเก๊า กาสิโนจะเป็นถังขยะใบโตที่ทิ้งไว้ให้รุ่นลูกหลาน

นายจุลพงษ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าในสภาพสังคมไทยยังไม่พร้อมที่จะมีกาสิโน เพราะขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีการเลือกปฏิบัติ การทุจริตคอร์รัปชันยังแพร่หลาย เรื่องเหล่านี้ ยังไม่เห็นรัฐบาลจะลงมือแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อเตรียมการสำหรับการมีกาสิโนในประเทศไทย จากการจับกระแสคนไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการมีกาสิโนในประเทศไทย

พบว่ามีสาเหตุสำคัญ คือ การหลั่งไหลของการกระทําผิดกฎหมายเพราะกาสิโนจะเป็นเครื่องเร่งในการทำให้ประเทศไทยเป็นฮับของการทำผิดกฎหมายข้ามชาติ มีความกังวลว่าผลกระทบทางลบจากการพนันในสังคมไทยจะมีมากขึ้น รวมถึงความโปร่งใสในการคัดเลือกผู้รับใบอนุญาต

Advertisement

รัฐบาลไม่ควรยกตัวอย่างสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น ซึ่งเทียบกับประเทศไทยไม่ได้ในเรื่องประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย หลายสิบปีก่อนสิงคโปร์ก็ไม่ยอมให้มีกาสิโน แต่เมื่อรัฐบาสิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการปราบคอร์รัปชันและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจึงยอมให้มีกาสิโน ส่วนประเทศญี่ปุ่น ทราบว่าจะยอมให้มีการเปิดกาสิโนในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีกระบวนการคิดหลายสิบปี ไม่ใช่ปีสองปีเท่านั้น

นายจุลพงษ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลยังดึงดันยืนยันให้ร่างพ.ร.บ. นี้ มีผลบังคับใช้จริง  ตนขอเสนอ 5 ประเด็น คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.ควรเพิ่มการกําหนดให้มีการประกาศเงื่อนไขและข้อกําหนดการประมูลใบอนุญาตกาสิโน รวมทั้งจัดมีการประมูลใบอนุญาตอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะเหมือนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของ กสทช. เพื่อลดข่าวลือว่ามีการแบ่งใบอนุญาตกันล่วงหน้าแล้ว

2.การกำหนดจังหวัดและเขตที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจรที่จะมีกาสิโนอยู่ในนั้นด้วย ตามร่าง พ.ร.บ. ที่ ครม. เพิ่งอนุมัติไปได้ให้อํานาจแก่ครม. ที่จะออก พ.ร.ก.กําหนดจังหวัดและเขตที่ตั้งสถานบันเทิงฯ ได้เลย แต่เห็นว่าก่อนที่ ครม.จะออก พ.ร.ก. ควรทำประชามติของประชาชนในพื้นที่ก่อนว่าเห็นชอบด้วยหรือไม่

3.การกําหนดเงื่อนไขการเข้าเล่นกาสิโนของคนไทยที่ไม่เพียงแต่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่ควรกำหนดเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น รายได้ขั้นต่ำ การไม่ติดเครดิตบูโร การไม่มีประวัติอาชญากรรม การขออนุญาตเข้าเล่นล่วงหน้าซึ่งอาจจะทําทางออนไลน์ เป็นต้น

4.การจัดแบ่งรายได้เข้ารัฐ ร่าง พ.ร.บ.นี้ ได้กำหนดให้ผู้ถือใบอนุญาตกาสิโนจัดแบ่งรายได้เข้ารัฐไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม โดยแบ่งให้รัฐเป็นรายปีจํานวน 5,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดระยะเวลาใบอนุญาต 30 ปี เหมือนเป็นจํานวนเงินที่สูงและการกําหนดจํานวนเงินรายได้เข้ารัฐที่แน่นอน

แท้จริงแล้วกาสิโนในต่างประเทศมีรูปแบบการจัดสรรรายได้ให้รัฐหลายรูปแบบ ดังนั้น ขอเสนอรูปแบบให้มีการจัดสรรรายได้ให้รัฐจากรายได้ก่อนหักภาษีและค่าใช้จ่ายผันแปรไปตามรายได้ของแต่ละปีตลอดระยะเวลาใบอนุญาต 30 ปี แทนที่รัฐจะได้รับรายได้จำนวนคงที่ตลอด 30 ปี

5. ควรจัดตั้ง “กองทุนป้องกันและฟื้นฟูผลกระทบจากการประกอบธุรกิจสถานประกอบการครบวงจร” ตัวอย่างผลกระทบดังกล่าวที่คาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นคือปัญหาการติดการพนันที่จะทําให้ครอบครัวและสังคมเดือดร้อน ซึ่งเรื่องนี้ตรงกับความห่วงใยของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้มีความเห็นไว้ในที่ประชุม ครม. กระทรวงการคลังจึงอาจจะพิจารณานําเรื่องการจัดตั้งกองทุนฯ ที่ถูกตัดออกไป กลับมาไว้ใน พ.ร.บ.ตามเดิม