หน้าแรก การเมือง บิ๊กอ้วน เยือ...

บิ๊กอ้วน เยือน ‘ชัยเสรี’ ดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่ตลาดโลก แนะแก้ระเบียบที่มีปัญหา

15.01.25 | 15:06 น.

‘ภูมิธรรม’ เยี่ยมชมบริษัทชัยเสรี มุ่งส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถเกราะล้อยางของบริษัท ชัยเสรี เม็ททอลแอนด์ รับเบอร์ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการของคนไทย เป็นผู้ผลิต ออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ คิดค้นระบบ ทั้งภายนอกและภายในให้กับหน่วยงานทางทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เพื่อหารือถึงแนวทางและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในด้านต่างๆ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เป็นที่ยอมรับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า สำหรับนโยบายในการที่จะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมในประเทศให้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นเป็นนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม โดยในวันนี้ที่ได้เดินทางมาก็เพื่ออยากเห็นกระบวนการผลิต และอยากเห็นของจริง ซึ่งถือว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทที่ได้ริเริ่มผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเป็นสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน รวมถึงหารายได้เข้าประเทศ

นายภูมิธรรมเผยว่า นอกจากจะมาเห็นกระบวนการผลิตแล้ว ยังได้มาพูดคุยในเรื่องของการสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เป็นที่ยอมรับได้ ไม่ว่าจะตามมาตรฐานของกระทรวงกลาโหม หรือ ตามมาตรฐานนาโต้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศอื่นๆ กล้าใช้สิ่งที่ผลิตในประเทศไทย

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้มาดูและรับฟังถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยมากับที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม และส่วนที่เกี่ยวข้องเราก็มาดูในด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องระเบียบ ต้องไปดูว่ากฎระเบียบอะไรที่ติดขัด หรือกฎระเบียบอะไรที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุน อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่กองทัพเองจะช่วย และมีส่วนร่วมในการใช้สิ่งเหล่านี้

Advertisement

“เราจะขายออกข้างนอกก็ต้องให้เขาเห็นว่าเราใช้ ถ้าเราไม่ใช้ ไปขายคนอื่นก็จะขายยากขึ้น อันนี้ได้คุยกับผู้ผลิตว่าจะทำอย่างไรให้กองทัพได้มีโอกาสได้ใช้สิ่งต่างๆ เหล่านี้บ้าง” นายภูมิธรรมกล่าว

นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า ได้มอบหมายว่าหลังจากนี้ให้ไปคุยกันว่ามีกฎระเบียบเรื่องใดบ้างที่ต้องแก้และมีอะไรที่จะต้องจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ หวังว่าคงจะมีการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะกรรมการ อนุกรรมการที่เรามีอยู่แล้วร่วมพูดคุยกันเพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น